Blog Marketing การตลาดแบบแฝง แต่ทรงพลังและน่าเชื่อถือ

วันนี้ออมมาสัมมนาที่ ITC เกี่ยวกับ E-Marketing วันสุดท้ายแล้ว วันนี้ก็มีการพูดถึง Blog-Marketing ด้วย ดีเจงๆ ที่ออมพอจะรู้เรื่องบ้าง อาจจะไม่ค่อยตรงประเด็นซักเท่าไหร่ แต่ก็พอก๊องแก๊งๆไปได้ ต้องขอบคุณคุงครูมดเอ๊กซ์ …อีกแย้วงับ ที่แนะนำสิ่งดีๆให้กับเด็กตาดำๆ

หลายๆท่านก็คงจะรู้จักกันแล้วว่า Blog Marketing คืออะไร แต่ก็อาจจะมีบางท่านที่ยังไม่รู้จักว่า Blog Marketing คืออะไร ออมก็อยากจะเล่าให้ฟังเหลือเกิน แต่เผอิญที่ออมถ่ายทอดไม่ค่อยจะเป็นซักเท่าไหร่อ่ะ เลยขอก๊อปมาจากเวปเพื่อนบ้านนะคะ…….
ความหมายง่ายๆก็คือ การทำการตลาดโดยใช้ Blog เป็นเครื่องมือ แล้ว Blog หละคืออะไร Blog หรือ Web log นั้นก็คือประเภทของเว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่นำเสนอเนื้อหาอาจจะเป็นในรูปแบบของบทความ ความรู้ ไดอารี่ หรือเนื้อหาอย่างอื่น อย่างใด ที่เขียนขึ้นจากบุคคล กลุ่มบุคคล หรือบริษัท แล้วเราจะเอามาทำการตลาดได้อย่างไร จากหัวเรื่องของบทความได้บอกว่าเป็นการตลาดแบบแฝงนั้นก็หมายความว่าเราสามารถทำการตลาดกับ Blog ด้วยการแฝงไปกับ Blog นั้นเอง มาถึงตรงนี้หลายๆคนคงนึกภาพยังไม่ออกนะครับ ผมจะยกตัวอย่างให้ เช่น ผมเปิดร้านอาหารขึ้นมา 1 ร้าน แล้วต้องการจะทำ Blog Marketing จะทำยังไง มีอยู่ 2 วิธีครับคือ
1. เขียน Blog เอง หรือ
2. ไม่เขียนเอง (ให้คนอื่นเขียนให้หรือเขาเขียนอยู่แล้วแต่เราไปทำร่วมกับเขา) ถ้าเป็นแบบคนขี้เกียจอย่างผมก็คงเลือกวิธีที่ 2 โดยที่ผมจะไปทำการหานักกิน นักเที่ยวที่เขียน Blog และมีกลุ่มบุคคลหรือเพื่อนฝูงเข้ามาอ่าน Blog ของเขาเป็นจำนวนมากพอสมควร (สามารถตรวจสอบได้จากเว็บสถิติ และค่า Page Rank ได้) หามาสัก 5 – 10 คนต่อเดือน (ทำเดือนเว้นเดือนก็ได้) จากนั้นก็ให้เขาทำการเขียนบทความเชียร์ร้านผมให้โดยผมอาจจะจ่ายเป็นค่าตอบแทนเป็นบัตรกำนัลในการรับประทานอาหารที่ร้านของผม เพื่อที่คนเขียนจะได้มีข้อมูลที่เป็นจริงมากขึ้นเวลาเอาไปเขียนจะได้โม้ได้ถูก แล้วให้ทำการพ่วงลิงค์มายังเว็บไซต์เราด้วย จากนั้นให้เราทำการสร้างเว็บไซต์ของเราขึ้นมา 1 เว็บเพื่อให้ข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับร้านของเราไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหาร บรรยากาศ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ และเป็นการรับ Traffic ที่จะมาจากการตามลิงค์ของเราจากเว็บ Blog ของแต่ละผู้เขียน Blog (Blogger) นี่ก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างคราวๆนะครับ ซึ่งเราสามารถประยุกต์ทำไปใช้ได้กับทั้งสินค้า หรือบริการ
ในการทำการตลาดโดยใช้ Blog นี้ยังส่งผลในด้านอื่นๆที่แอบแฝงมาได้อีกเช่น

1. การสร้างภาพลักษณ์ หรือ Brand
ในการเลือก Blogger เราควรเลือก Blogger ที่มีความน่าเชื่อถือ หรือเป็นที่นิยม เพื่อที่จะได้ส่งผมให้ภาพลักษณ์ของสินค้า หรือบริการที่เราทำ Blog Marketing นี้มีความน่าเชื่อถือ เข้าถึงผู้คนในกลุ่มนั้นๆได้ทั่วถึง และที่สำคัญแต่ยากที่สุดคือ ต้องทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้า หรือบริการเข้าถึงใจของผู้ที่เข้ามาอ่านเนื้อหาที่ Blogger เขียนขึ้นด้วย ซึ่งการเลือก Blogger นั้นถือเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก แต่หากหาไม่ได้เราก็เขียนซะเองเลยก็ได้ครับ หรือจ้างมือโปรทางด้านเดียวกับสินค้าหรือบริการของเรานั้นเป็นผู้เขียนให้เราก็ได้ ซึ่งจะได้ภาพลักษณ์ที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทำให้สินค้า บริการ หรือบริษัทของเราดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

2. SEO (Search Engine Optimization)
ในกรณีที่เรามีเว็บไซต์ของบริษัท สินค้า หรือบริการของเรานั้นการทำ Blog Marketing จะช่วยส่งผลให้มี Back Link กลับมายังเว็บไซต์เราซึ่งเป็นลิงค์ที่มีคุณภาพ และเป็นลิงค์แบบทางเดียวอีกด้วย ในทาง SEO ลิงค์ประเภทนี้มีค่าในสายตาของ Search Engine เป็นอย่างมาก
ในกรณีที่เขียน Blog เองนั้นเราสามารถใช้บริการ Social Bookmark เพื่อทำการเพิ่ม Back Link กลับมายังเว็บไซต์ของเราได้ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีพลังมากอีกเครื่องมือหนึ่ง
ความรู้นี้ออมไปดึงมาจาก http://article.smewell.com/?p=19
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

วันนี้ออมไปอ่านข่าวเจอบทสัมภาษณ์ GM.Otto ในงาน Uncover Jantra Spa Villa at Sukko Spa เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมาค่ะ ลองอ่านบทความที่ GM.Otto ท่านให้สัมภาษณ์ดูนะคะ….

ธุรกิจสปาภูเก็ตโตต่อเนื่องมีกว่า 200 แห่งสุโขสปาทุ่ม70ล.”ผุดจันทรา สปา รีสอร์ท”

สปาในภูเก็ตยังได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งรีสอร์ทสปาและเดย์สปามีแล้วกว่า 200 แห่ง สร้างรายได้กว่าปีละ 1,000 ล้านบาท ขณะที่ “สุโขสปา” เดย์สปาขนาดใหญ่ทุ่มงบอีก 70 ล้านบาท ผุด “จันทรา สปา รีสอร์ท” รับกลุ่มฮันนีมูนและกลุ่มรักการดูแลสุขภาพ

นายวิเชียร จูฑะมงคล นายกสมาคมสปาจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ธุรกิจสปาในภูเก็ตยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสปาในโรงแรม หรือรีสอร์ท สปา ปัจจุบันโรงแรมใหม่ๆที่เปิดให้บริการจะมีการสร้างสปารวมไปด้วย รวมทั้งโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีการปรับปรุงใหม่จะสร้างสปาเพิ่มเติมเข้าไปด้วย ส่วนเดย์สปานั้นไม่ค่อยมีการขยายตัวเพิ่มเติม เนื่องจากในส่วนของเดย์สปานั้นมีมากอยู่แล้ว เพราะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวมาก
สำหรับสปาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นขณะนี้ทั้งรีสอร์ทสปาและเดย์สปาอยู่ที่ประมาณ 200 แห่ง โดยเป็นรีสอร์ทประมาณ 150 แห่ง และ เดย์สปาจำนวน 50 แห่ง ทั้งขนาดกลางขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตธุรกิจสปาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจะยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของรีสอร์ทสปา ส่วนเดย์สปานั้นมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นน้อยมาก เพราะขณะนี้ธุรกิจเดย์สปาในภูเก็ตค่อนข้างจะอิ่มตัวแล้ว
ส่วนผู้ใช้บริการสปาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นยงคงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และนักท่องเที่ยวจากเอเชียเป็นตลาดหลักที่ใช้บริการสปาโดยเฉพาะเดย์สปา ส่วนกลุ่มรีสอร์ทสปานั้นขึ้นอยู่กับกลุ่มตลาดของแต่ละโรงแรม
นายวิเชียร กล่าวต่อไปว่า รายได้ที่เกิดจากการให้บริการสปาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทั้งในส่วนของรีสอร์ทสปาและเดย์สปาคิดว่าในแต่ละปีมีรายได้สะพัดไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนการใช้บริการในอนาคตนั้นคิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและใช้บริการสปาเพิ่มขึ้นเนื่องจากสปาเป็นบริการที่ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่อัตราการเพิ่มนั้นจะเพิ่มในลักษณะค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่เรื่องของรายได้เชื่อว่าไม่น่าจะเพิ่มมากนักเนื่องจากราคาการให้บริการมีแนวโน้มปรับตัวลดลงโดยมีสาเหตุมาจากเรื่องของการแข่งขันที่ปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น
นายวิเชียร ยังได้กล่าวต่อไปถึงการรับรองมาตรฐานสถานประกอบการสปา ว่า สถานประกอบการสปาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตขณะผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วประมาณ 70 แห่ง ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมและสาธารณสุขจังหวัดกำลังช่วยกันผลักดันให้สถานประกอบการเหล่านี้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขมากขึ้น โดยการพยายามที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับคนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบหันมาเข้าสู่ระบบมากขึ้น เช่นมาตรการเรื่องของการขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตก็เชื่อว่าจะเป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีสรรพสามิตสูงถึง 10 % แต่ถ้ายกเว้นได้จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
ส่วนเรื่องของการขาดแคลนบุคลากรนั้นเชื่อว่าอีก 3 ปี ปัญหานี้ก็จะหมดไป เพราะขณะนี้มีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหน่วยงานราชการต่างก็ได้ได้จัดสรรงบประมาณเข้ามาดำเนินการเดี่ยวกับเรื่องนี้กันหลายแห่ง ทั้ง อบจ. และเทศบาล ทั้งในเรื่องของพนักงานให้บริการและผู้บริหาร ซึ่งในส่วนของระดับผู้บริหารนั้นได้เข้าไปร่วมกับสถานศึกษาในการจัดการศึกษาเพื่อเข้ามาเสริมในอุตสาหกรรมดังกล่าว

สุโขสปาทุ่มอีก70ล.ผุด“จันทรา สปา วิลล่า”
ด้านนายอลงกรณ์ โกมลรุจินันท์ ผู้จัดการทั่วไป สุโขสปา เปิดเผยว่า ธุรกิจสปาในจังหวัดภูเก็ตได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวดีมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเอเชียนิยมที่จะทำสปาเพื่อดูแลสุขาภาพมาก ทำให้ธุรกิจสปาในภูเก็ตมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของสุโขสปาซึ่งเปิดให้บริการสปามาระยะหนึ่งแล้วก็ได้รับการตอบรับที่ดี ทางสุโขสปาจึงได้ขยายการให้บริการโดยการเปิด “จันทรา สปา วิลล่า” ด้วยการเพิ่มเงินลงทุนอีกประมาณ 70 ล้านบาท ลงทุนเปิดเป็นวิลล่าที่พักและให้บริการสปาในรูปแบบของการใช้ความเป็นไทยในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ
โดยจันทรา สปา วิลล่านั้น มีทั้งหมด 14 หลัง 28 ห้อง ขณะนี้เปิดให้บริการไปแล้ว 7 หลัง 14 ห้องและจะเปิดให้บริการอีก 14 ห้องในช่วงปลายเดือนนี้ ภายในห้องพักจะมีบริการนวดสปา อ่างชากุซี่ ซึ่งราคาค่าห้องพักนั้นจะอยู่ที่คืนละ 15,000 บาท แต่ในช่วงที่เปิดให้บริการใหม่ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ตุลาคม ทางสุโขสปาได้จัดราคาพิเศษคืนละ 4,500 บาท และจัดเพ็กเก็จการทำสปาราคาพิเศษ 2 ท่าน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 บาท
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่วางไว้สำหรับจันทรา วิลล่า สปา จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งยุโรป และเอเชีย รวมถึงคนไทย ที่ต้องการเดินทางมาฮันนีมูน และกลุ่มที่สนใจการดูแลสุขภาพ เพราะในปัจจุบันนี้คนให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการสปาที่สุโขสปาจะเป็นนักท่องเที่ยวจากเอเชียเป็นหลัก เช่น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี เป็นต้น
ขอบคุณข่าวจาก นสพ.ข่าวเศรษฐกิจธุรกิจฉบับที่ 1033 ระหว่าง 18 – 24 สิงหาคม 2551 ลิงค์เข้าไปดูไดที่นี่ค่ะ
http://www.phukettoday.com/news/detail_old.php?t2=20080826230705&t=20080826231001