มีสามีภรรยาคู่หนึ่งพบปัญหาอันใหญ่หลวงคือ
มีผึ้งตัวหนึ่งได้เข้าไปในอวัยวะเพศผู้เป็นเมียได้อย่างไรโดยที่ไมีทราบสาเหตุ
ทั้งคู่จึงปรึกษากันว่าจะไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
 
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ได้ปรึกษาแพทย์ที่เป็นผู้ชายว่า
สามี : หมอครับผึ้งเข้าจิ๋มเมียผม ผมจะทำยังงัยดีครับ
หมอ : คุณก็เอาน้ำหวานแตะที่ปลายเจี้ยวของคุณแล้วก็เสียบเพื่อล่อผึ้งซิ เดี๋ยวมันก็ตามออกมา
สามี : โอ้ย!ผมไม่กล้าหรอกหมอเดี๋ยวมันต่อยขึ้นมาทำงัยหล่ะ
หมอ : งั้นเดี๋ยวหมอ อาสาเองก็ได้..เพื่อคุณนะเนี่ย

และแล้วหมอก็เอาน้ำหวานแตะที่ปลายเจี้ยวหมอแล้วหย่อนลงไปในอวัยวะเพศของผู้เป็นเมียอย่างช้าๆ
สักพักหมอเริ่มส่ายเอวเร็วขึ้นผู้เป็นสามีจึงโวยวาย
สามี : อ้าวหมอไหนบอกว่า แค่ล่อผึ้งออกมางัยหมอแล้วส่ายเอวทำไมหล่ะ (สามีโวยวายด้วยความไม่พอใจ)


หมอ : หมอเปลี่ยนใจแล้วเมื่อตะกี้คิดว่าจะแค่ล่อ . .. . แต่ตอนนี้หมอว่าจะให้น้ำท่วมมันตาย

Advertisements

 มีคนไทยอยู่ 1 คน พึ่งเรียนจบมาใหม่ๆ
 ได้เข้าไปทำงานในบริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นของต่างชาติ
ในทุกวันเขาก็ทำงาน เหมือนเดิมทุกวัน แต่!!!!!!!!……
มีอยู่มาวันหนึ่ง เขาได้เข้าห้องน้ำในบริษัทแล้วไปเจอ
คนฝรั่ง2 คน อยู่ในห้องน้ำ ซึ่งฝรั่งทั้ง 2 คนเป็นเพื่ อนกัน
ซึ่งกำลังล้างมือ หลังจาก ฉี่เสร็จ และ
พอฝรั่ง 2 คนนั้นเห็นคนไทย ทั้ง2คน จึงคุยข่มคนไทย ว่า….
 ฝรั่งคนที่ 1 ‘นายเรียนจบที่ไหนว่ะ
ฝรั่งคนที่ 2 ‘เราเรียนจบที่ OXFORD จากประเทศ อังกฤษ
( ทันใดนั้น ฝรั่งคนที่ 2 ก็ควักน้ำล้างมือมาถึงข้อศอก)
ฝรั่งคนที่ 1 เห็นก็งงแล้วถามว่าทำไมต้องล้างมือถึงข้อศอกด้วย
ฝรั่งคนที่ 2 ตอบว่าที่อังกฤษเขาสอนให้ล้างอย่างนี้ เพราะ ตอนฉี่
ฉี่อาจกระเด็นมาถึงแขนก็ได้ ต้องระวังไว้ก่อน
(ทันใดนั้น ฝรั่งคนที่1 ก็ควักน้ำมาล้างมือ เฉพาะ ที่มือ แล้วหาไม้มา
แคะขี้เล็บออก)
ฝรั่งคนที่ 2 เห็นก็ถามว่านายจบจากที่ไหน
ฝรั่งคนที่ 1 ตอบว่าเราจบจาก อเมริกา ที่ STAMFORD ที่นั่น เขา
สอนให้ล้างมือเฉพาะที่สกปรก แล้วก็
แคะขี้เล็บออก เพื่อป้อกกันเชื้อโรค
ฝรั่ง 2 คนเห็นคนไทยฉี่อยู่ พอคนไทยฉี่เสร็จ ก็เดินออกจาก
ห้องน้ำเลย ฝรั่งทั้น 2 คนเห็นก็ตกใจว่าทำไมไม่ล้างมือ
เลยวิ่งไปถามคนไทย ว่านายจบจากไหน ทำไมถึงไม่ล้างมือ

คนไทยตอบว่าจบราม รามไม่สอนให้ฉี่รดมือตัวเอง   

เรื่องของคนรักกัน

เรื่องมีอยู่ว่า ชายคนหนึ่งเพิ่งจะเข้าพักในโรงแรม
เค้าเห็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งอยู่ในห้อง เค้าจึง
ตัดสินใจส่ง e-mail ให้กับภรรยา แต่เค้าดันพิมพ์

e-mail address ของภรรยาเค้า ผิดไป และได้
ทำการส่ง e-mail นั้นไปโดยที่ไม่ได้เอะใจอะไรเลย!

ในขณะนั้น…ณ. ที่แห่งหนึ่งในฮัสตัน แม่ม่ายคนหนึ่ง
เพิ่งจะกลับจากพิธีฝังศพสามี เธอตัดสินใจเข้าไปตรวจดู e-mail
โดยหวังว่าจะมีข้อความแสดงความเสียใจจากญาติๆ

และเพื่อนฝูงส่งมาให้กำลังใจ หลังจากเธอได้อ่านข้อความแรก
จบลง เธอก็หมดสติ ล้มลงทันที ลูกชายของเธอก็วิ่งเข้ามาในห้อง

เห็นแม่นอนนิ่ง ตาค้างอยู่ที่พื้น โดยได้จ้องมองไปที่จอคอมพิวเตอร์
ลูกชายได้เห็นข้อความเขียนไว้ว่า

To : ภรรยาที่รักของผม
Subject : ผมถึงเรียบร้อยแล้วน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง!
Date : 29 มี.ค 2006

ผมรู้ว่า คุณจะต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับข่าวนี้
ที่นี่มีคอมพิวเตอร์ด้วยล่ะ! และพวกเราก็ได้รับอนุญาตให้ส่ง e-mail
ถึงคนที่เรารักได้หนึ่งคน ผมเพิ่งจะมาถึง และ Checked in เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้ทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เพื่อรอต้อนรับคุณ
ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้……………………………………………?

รัก…คิดถึงเสมอ….รีบมาล่ะ…..พวกเรารออยู่น่ะ!

………………………………………………………………….

 

วันหนึ่งสามีหนุ่มสอนภรรยาสาวสวยตีกอล์ฟเธอหวดเต็มเหนี่ยว
ลูกปลิวไปทะลุกระจกหน้าต่างของบ้านหลังหนึ่งเสียงดัง เพล้ง!
เมื่อทั้งคู่ตามไปชะเง้อมองดูผลงานของตนเองก็ใจหายวาบ
เพราะเห็นมีตะเกียงโบราณแตกอีกดวงหนึ่งด้วย
ชายร่างใหญ่เดินออกมาจากบ้านหลังนั้น
สองสามีภรรยาละล่ำละลักขอโทษขอโพยเป็นพัลวัน
หมอนั่นหัวร่อโฮ่ๆๆๆ
แล้วว่า เจ้าไม่ต้องตกใจข้าต่างหากต้องขอบใจที่เจ้าทำให้ข้าออกมาจากตะเกียงได้

ยักษ์กับตะเกียงวิเศษสามีร้องเสียงดัง
เจ้ายักษ์รีบแจงว่า ทั้งคู่จะได้รับสุดยอดปรารถนา 3 ประการขอให้บอกมาได้เลย
สามีบอกว่า อยากได้เงินหมดทั้งโลก
เจ้ายักษ์ตอบว่าในวันนี้ของทุกเดือนตัวเลขในบัญชีเงินฝากของท่านจะงอกเงยครั้งละหลายล้านดอลลาร์
ภรรยาบอกว่าอยากช้อปปิ้งฟรี
เจ้ายักษ์ตอบว่า พรุ่งนี้ท่านไปซื้อของที่ห้างไหนก็ได้ทุกห้างจะไม่คิดเงินท่าน
แล้วเจ้ายักษ์ก็ถามว่า แล้วพรอย่างที่ 3 ล่ะพวกท่านปรารถนาสิ่งใด
สามีคิดไม่ออกจึงย้อนถามว่าเจ้าล่ะต้องการสิ่งใด
เจ้ายักษ์ตอบว่า ข้าขาดเพศรสของอิสตรีมานานเหลือแสนถ้าท่านให้ข้ายืมภรรยาก็จะไม่ลืมพระคุณเลย
ทั้งคู่หันหน้าเข้าปรึกษากันแล้วก็ลงมติว่า
ไหนๆเจ้ายักษ์ก็ให้ในสิ่งที่อยากได้หมดแล้วนึกว่าเห็นใจมันก็แล้วกัน
เจ้ายักษ์จึงพาแม่สาวงามเข้าไปในบ้าน สองชั่วโมงอันหฤหรรษ์ผ่านไป
เจ้ายักษ์เอียงคอไปถามเธอขณะนอนแผ่หราหมดแรงว่าสามีเธออายุเท่าไหร่
เธอตอบว่า ’25’
ฮ่า ฮ่า ฮ่าเจ้ายักษ์หัวเราะน้ำหูน้ำตาไหลโตป่านนี้แล้วยังเชื่อเรื่องยักษ์ในตะเกียงอีกเหรอ
ภรรยา!!!!!!!!!????????!!!!!!!!

ณ หมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง มีศาลเพียงตาศักดิ์สิทธิ ประจำหมู่บ้าน เป็นที่เคารพของคนทั้งหมู่บ้าน ใครมีเรื่องอะไร ถ้ามาบนบานศาลกล่าว เป็นต้องได้ตามประสงค์

ทิดอ่ำ คนปากไม่ดี ไม่ค่อยเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ และก็ทะเลาะกับแม่ยายประจำ วันหนึ่ง ควายทิดอ่ำหายไป ตามยังไงก็ไม่เจอ สงสัยคงโดนขโมย ทิดอ่ำและครอบครัวเดือดร้อน เมียก็มาต่อว่าทิดอ่ำ แม่ยายก็บังคับให้ไปบนที่ศาล ทิดอ่ำก็ไปด้วยความไม่เต็มใจ อธิฐานในใจ แม่งถ้าได้ควายคืน จะเล่นแม่ยายสักที

เช้าวันรุ่งขึ้น ไอ้ควายตัวดีของทิดอ่ำ ก็เดินกลับมา ทิดอ่ำและครอบครัวต่างก็ดีใจ แม่ยาย ก็พร่ำบอกเห็นไหม ไอ้ควายอ่ำ เองได้ควายคืน เพราะเอ็งไปบนที่ศาล เห็นไหม เอ็งรีบไปแก้บนด้วยล่ะ ไม่งั้นเอ็งต้องมีอันเป็นไปแน่ๆ แต่ทิดอ่ำก็อ้ำอึ่ง เมียก็มาคาดคั้น ทำไมพี่ไม่ไปแก้บนซ่ะทีล่ะ ทิดอ่ำก็บอกว่าแกปากพล่อย ไปบนว่าจะเล่นแม่ยาย เมียก็มาบอกแม่ยาย แม่ยายก็ด่าได้ควายอ่ำ ไอ้ปากหมา บนอะไรไม่เข้าท่า แต่ด้วยจำยอม กลัวลูกเขยเป็นอะไรไป เพราะกำลังเป็นกำลังสำคัญของบ้าน จึงยอม

ทิดอ่ำ ก็มากราบแม่ยาย แล้วก็ปฏิบัติกิจ พอเสร็จปั๊บก็รีบขอโทษแม่ยาย แล้วรีบมุดมุ้งออกมาทันที ขณะกำลังจะพ้นมุ้ง แม่ยาย ก็คว้าข้อมือทิดอ่ำอย่างแรง แล้วถามว่า ไอ้อ่ำ เอ็งคิดให้ดีๆ แน่ ว่าเอ็งบนไว้กี่ทีกันแน่

 

>> มีหญิงชาวเขาคนหนึ่งเดินกระโผลกกระ เผลก
 
ไปหาหมอที่ทำการสาธารณสุข
 
หมอ : เป็น อะไรมาครับ
 
สาวชาวเขา: โต๊ะเขา
 
เมื่อหมอได้ยินดังนั้นเลยหยิบยาหม่อง ให้ 1 ตลับ แล้วบอก ว่า
 
หมอ : เอา ไปทา วันสองวันก็หาย
 
สาวชาวเขา : เขาะคุงค่ะ
 
ผ่านไป 2 วัน
 
สาวชาวเขาก็มาหาหมออีกครั้ง กระเผลก ยิ่งกว่าเดิมอีก
 
เมื่อหมอเห็นดังนั้นเลยเอ่ย ว่า
หมอ : อ้าว ! ยังไม่หายอีกเหรอ
 
สาวชาวเขา: ยาค่ะ
 
หมอ : อะไร กันแค่ตกเขาให้ทายาหม่องแล้วยังไม่ หาย”
 
พร้อมกับหันไปหาพยาบาลแล้วบอก ว่า
 
หมอ: “คุณไป ดูอาการและถามเค้าให้แน่ใจทีซิว่าเค้า เป็นอะไรกัน แน่ 
เมื่อพยาบาลไปดูอาการแล้วก็กลับมา รายงานหมอ
 
พยาบาล: เค้าเป็น “ตกขาว” ค่ะ คุณหมอให้ยาอะไร เค้าไปทา คะ
 
หมอ: ยา หม่อง พร้อมทำหน้า แหย
 
พยาบาล: นั่นซิค่ะ เห็นเธอบ่น แสะซิหาย! ” “

 

ก่อนอื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม ดิฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่า เพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้อง สินธรหรือวงการตลาดหุ้นเอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ มีใครในพันทิพ ห้องสินธร นี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่ง งานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงาน กับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ พวกที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆรายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง ราย ได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ ดิฉันมีคำถาม ดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ หลังจากตลาดหุ้นเปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ( ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ) ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะหลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า : ถึงคุณสุดสวยครับหัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับและคงมีผู้หญิงหลายคนมี คำถามเดียวกันกับคุณขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของคนเล่นหุ้นแบบผมนะครับ รายได้ของผมจากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้น มากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่ง ก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะไม่ทำให้ คุณเสียเวลาอ่านนะครับ จากมุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวย เพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบาย ตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ ความ สวย เพื่อแลกกับ เงิน เมื่อคุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับ โอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอแต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวยของคุณนั้นจืดจางลง ทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร หรือในอีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำไป ให้ก่อให้เกิดผลตอบแทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้น เมื่อข้ามปีและมีแนวโน้มที่จะล ดลงๆในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อม ธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไรนิยามที่เราใช้กันในตลาดหุ้น คือ ทุก ๆ การ Trade มี Position การคบกับคุณก็ ถือเป็น Position แต่ถ้า Value ของมันลดลง เราจะขายมันทิ้ง ไม่ใช่ความคิดที่ดี ที่จะดันทุรังเก็บมันไว้ ซึ่งหมายถึงการแต่งงานที่คุณต้องการ อาจจะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ ลดลงเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ ใช้วิธีการ ให้เช่าซื้อ แทน
แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณแต่ จะไม่แต่งงานกับคุณ ดังนั้นจึงขอแนะนำคุณอย่างหวังดีว่าคุณควรที่จะหยุดที่จะหาวิธีที่จะได้แต่งงาน กับคนรวย และคุณควรที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทแทนซะเอง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วน่าจะมีโอกาสมากกว่าการหาคนรวยแต่โง่คนนึง หวังว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ ในบริการ เช่าซื้อ กรุณาติดต่อผม….. เพื่อทำ Bid offer ใน โอกาสต่อไป