ออมคิดว่าเพื่อนๆหลายๆคนก็คงจะมีความคิดเช่นเดียวกับออมนะคะ ว่าเวลากินข้าวถ้าไม่อยากอ้วนให้กินกับข้าวเยอะๆ กินข้าวให้น้อยๆ แต่เพื่อนๆเชื่อมั๊ยคะว่าตอนนี้มันตรงข้ามกันหมดแล้วค่ะ ออมก็ไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ ว่าทำไมกินข้าวเยอะๆแล้วไม่อ้วน หากไม่ประสบกับตัวเอง ปกติออมไม่ชอบที่จะกินข้าวเลย อาหารมื้อหลักของออมต้องเป็นอาหารประเภทเส้นๆๆๆๆๆ เท่านั้นไม่ว่าจะเป็น ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว หรืออะไรก็แล้วแต่ขอให้มันเป็นเส้นเป็นสายกะพอ ตอนนี้ออมประสบกับตัวเองแล้วค่ะ ข้าวไม่ได้ทำให้เราอ้วนเลยแม้แต่น้อย อาหารที่เป็นเส้นต่างหากที่ทำให้เราอ้วนเอาอ้วนเอา ตอนนี้ออมเริ่มกินอาหารแมคโครไบโอติกส์มา 5 วันแล้ว เพื่อนๆเชื่อมั้ยคะ ว่าน้ำหนักออมลดลงไปตั้ง 8 ขีด ภายในระยะเวลาแค่ นี้เองค่ะ ไม่อยากจะเชื่อละซิ หุหุหุ (แต่ว่าอย่าถามเลยนะว่าก่อนหน้าออมนำหนักเท่าไหร่ !!!) เอาเป็นว่าตอนนี้ออมกินมาก แถมมากกว่าปกติด้วยนะคะ เน้นกินข้าว 50% กินกับข้าว 30% ผัก 20% มาถึงตอนนี้ออมคิดว่าคงมีเพื่อนๆหลายคนอยากรู้แล้วว่า ข้าวที่ว่านี้คืออะไร หลายๆคนคงยังไม่รู้จักข้าวสังข์หยด

       *ข้าวพันธุ์สังข์หยดมีสีแดงสวย เป็นพันธุ์ข้าวในพื้นที่ภาคใต้ที่มีการปลูกมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยเฉพาะในจังหวัดพัทลุง คนในพื้นที่นิยมบริโภคกันมาช้านาน มีการบอกเล่าถึงสรรพคุณทางยา รวมถึงเป็นข้าวชนิดพิเศษที่มักใช้ในงานประเพณีที่สำคัญของภาคใต้อยู่เสมอ ในปัจจุบันนี้ มีการวิเคราะห์ถึงคุณค่าทางโภชนาการของข้าวสังข์หยดที่ปลูกในจังหวัดพัทลุงโดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าในข้าวพันธุ์นี้ นอกจากจะมีโปรตีน แคลเซียม และวิตามินบีสูงแล้ว ยังมีธาตุเหล็กและสังกะสีอยู่มากกว่าข้าวที่ปลูกในจังหวัดอื่นๆ

img_70501 img_70481

       *ข้าวพันธุ์สีนิล เป็นข้าวที่ได้จากการคัดพันธุ์กลายของข้าวเหนียวดำต้นเตี้ยจากจีน เมล็ดข้าวสีม่วงเข้มเกือบดำ เมล็ดใส เหนียวนุ่ม เมล็ดยาว เมื่อหุงสุกจะนุ่มและมีกลิ่นหอมแบบข้าวเหนียวดำและข้าวหอม ข้าวสีนิลนับเป็นข้าวที่มีโภชนาการสูง มีโปรตีนอยู่ในช่วงประมาณ 10-12.5 % มีแคลเซียม 4.2 มิลลิกรัม/100 กรัม ธาตุเหล็ก 2.25-3.25 มิลิกรัม/ 100 กรัม ธาตุสังกะสีประมาณ 2.9 มิลลิกรัม มีปริมาณสารโปรแอนโทรไซยานิดิน (Proanthrocyanidin)สูงประมาณ 293 ไมโครโมล/กรัม ( โปรแอนโทรไซยานิดินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก)มีน้ำมันรำข้าว 18 % และพบว่ามี omega-3 ประมาณ1-2 % นอกจากนี้ ข้าวกล้องสีนิลยังมีปริมาณไฟเบอร์ ถึง 10 %

ข้าวของคนไทยดั้งเดิมนั้นคือ  ข้าวกล้อง ซึ่งบางคนเรียกกันติดปากว่า ข้าวซ้อมมือหรือข้าวแดง เนื่องจากในสมัยโบราณ ชาวบ้านใช้วิธีตำข้าวกินกันเอง จึงเรียกว่า ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง คือข้าวที่สีเอาเปลือก (แกลบ) ออกโดยที่ยังมีจมูกข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (รำ) อยู่ ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวนี้มีคุณค่าอาหารที่มีประโยชน์มากทีเดียว

        ข้าวของคนสมัยใหม่คือข้าวขาวสีขาวสะอาด เป็นข้าวที่ผ่านการขัดจากเครื่องจักรประสิทธิภาพสูงซึ่งขัดสีจนเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าวหลุดออกไปจนหมดสิ้น เหลือแต่เนื้อในของข้าว การขัดสีส่วนที่มีคุณค่าต่อร่างกายออกไป ทำให้ข้าวขาวแทบจะเหลือเพียงแต่แป้ง นักค้นคว้าชื่อ โรสเดล ( Rosedale ) ได้วิเคราะห์ว่า การขัดสีข้าวกล้องจนมีสีขาว นอกจากจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวจะถูกขจัดออกไปแล้ว ยังทำให้โปรตีนสูญหายไปประมาณ 30% ข้าวขาวกินแล้วนุ่มลิ้น แต่แทบไม่มีสรรพคุณทางยาเหลืออยู่เลย  มีเพียงแต่สารอาหารที่ให้พลังงานเท่านั้น 

         ข้าวกล้องมีโปรตีนประมาณ 7-12% แล้วแต่ว่าเป็นข้าวพันธุ์ใด ข้าวกล้องแต่ละพันธุ์อาจมีสีที่แตกต่างกัน เช่น ข้าวกล้องหอมมะลิมีสีน้ำตาลอ่อน ข้าวกล้องสังข์หยด*มีสีแดง หรือข้าวกล้องสีนิล*มีสีม่วงเข้มเกือบดำ เป็นต้น ไม่ว่าจะมีสีใดก็ตาม ข้าวกล้องจะต้องมีส่วนของจมูกข้าวและรำข้าวติดอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้น หากข้าวมีสีแดงแต่ไม่มีจมูกข้าวและรำข้าวติดอยู่ ก็ไม่เรียกว่าเป็นข้าวกล้อง

        ในข้าวกล้องมีสารเส้นใยสูงมากกว่าข้าวขาว 3-7 เท่า การกินข้าวกล้องจะได้สารเส้นใยไปพร้อมๆกับ

สารอาหารบำรุงร่างกายสารพัดชนิด สารเส้นใยนี้จะช่วยซับเอาน้ำมันและน้ำตาลที่กินเข้าไปล้นเกิน ทิ้งเป็นกากอุจจาระ ซึ่งนอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว ยังสามารถช่วยควบคุมระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป และเมื่อมีกากอุจจาระมากขึ้น ก็ทำให้การขับถ่ายดีขึ้นช่วย ลดอาการท้องผูกได้อีกด้วย

           นอกจากนี้ สารเส้นใยยังทำให้คนกินข้าวกล้องอิ่มนานกว่าคนกินข้าวขาวและไม่อยากกินจุบจิบ เนื่องจากการย่อยสารเส้นใยใช้เวลานาน และการที่ใช้เวลาในการถูกย่อยนานนี้เองทำให้น้ำตาลในแป้งของข้าวกล้องถูกปล่อยออกมาสม่ำเสมอไม่เร็วเกินไป ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ทำให้ไม่รู้สึกอยากกินของหวานหรืออาหารระหว่างมื้อ ต่างจากการย่อยข้าวขาวซึ่งมีแต่คาร์โบไฮเดรตล้วนๆซึ่งจะถูกย่อยเร็ว ทำให้น้ำตาลในแป้งออกมาสู่ร่างกายมากและไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้น้ำตาลในร่างกายสูงเร็วพรวดพราดและไม่คงที่ ทำให้หิวเร็ว ไม่เหมาะสมกับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือผู้ที่มีเป็นโรคเบาหวาน

 

             คุณค่าทางอาหารอื่นๆที่ทำให้ข้าวกล้องมีประโยชน์มหาศาลก็คือ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่มีอยู่มากกว่าในข้าวขาวหลายเท่าตัว เช่น วิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งช่วยในการเผาผลาญอาหาร ช่วยให้การย่อยและการขับถ่ายดีขึ้น ทำให้ระบบประสาททำงานได้ดี จึงรู้สึกสดชื่นกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่าไม่ซึมเศร้า ความจำดี ป้องกันและบรรเทาอาการตาสู้แสงไม่ได้ และคอยควบคุมรักษาสุขภาพของผิวหนัง โดยร่วมด้วยช่วยกันกับแร่ธาตุสังกะสี (ที่พบมากในข้าวกล้องพันธุ์สังข์หยด) ช่วยลดอาการผื่นคัน ทำให้ผิวพรรณผ่องเป็นนวลใยอย่างที่คนโบราณเขาเรียกกันว่า ผิวนวลข้าว

 

          วิตามินบีอีกชนิดคือ บี3เป็นตัวสำคัญในการสังเคราะห์ฮอร์โมนสืบพันธุ์ เมื่อรวมกับแร่ธาตุเซเลเนียมในข้าวกล้องก็จะช่วยลดอาการหงุดหงิด สวิงสวาย หน้ามืด อ่อนเพลีย ร้อนวูบวาบ ซึ่งเป็นอาการของวัยหมดหรือใกล้หมดประจำเดือนได้ดี

           สำหรับกลุ่มวิตามินบี 5-บี12 นั้น ช่วยในการเผาผลาญและใช้แป้ง ไขมันและโปรตีนให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ ควบคุมการทำงานของสมองและอารมณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปกติ และช่วยชะลอความชรา ลดความเสื่อมสมรรถภาพของอวัยวะต่างๆ ประกอบกับในข้าวกล้องมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมาช่วยป้องกันปัญหาอันเกิดจากการแก่ก่อนวัย ริ้วรอยตีนกา รอยกระแก่ตามผิวหนังก็ไม่เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ วิตามินอียังป้องกันไม่ให้เลือดไปอุดตันตามหลอดเลือด ช่วยลดอาการกำเริบของโรคหัวใจหรืออัมพฤต อัมพาต

 

          นอกเหนือจากกล่าวมาแล้วในข้าวกล้องยังมีสารอาหารอีกหลายชนิดที่สามารถช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายแทบทุกระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสรุปแล้ว เมื่อกินข้าวกล้องเป็นประจำ จะช่วยป้องกัน บรรเทา หรือแม้แต่รักษาปัญหาสุขภาพต่างๆได้มากมายดังนี้:

Ø       อ้วนหรืออ้วนง่ายหรือมีปัญหาในการลดความอ้วน

Ø       ท้องผูก

Ø       ไขมันในเลือดสูง

Ø       น้ำตาลในเลือดสูงหรือเป็นโรคเบาหวาน

Ø       ตาสู้แสงไม่ได้ คันตาและแสบลูกตาเป็นประจำ หรือการมองเห็นไม่เป็นปกติ

Ø       คันตามผิวหนัง มีอาการผิวหนังอักเสบหรือใบหน้ามีผื่นแดงบ่อยๆ

Ø       ภูมิต้านทานต่ำ หรือเป็นภูมิแพ้ หอบหืด

Ø       กล้ามเนื้อไม่มีแรง เหนื่อยง่าย

Ø       ชาหรือเป็นตะคริวที่ขา

Ø       ปวดไขข้อ หรือเจ็บขัดๆตามข้อต่างๆ

Ø       อ่อนเพลีย ซึมเศร้า

Ø       กระวนกระวาย หงุดหงิด

Ø       นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท

Ø       ปวดศีรษะเรื้อรัง

Ø       โลหิตจาง ซีด

Ø       มีอาการบวมน้ำในระยะก่อนมีประจำเดือน

Ø       มีอาการของวัยทอง เช่น หงุดหงิด สวิงสวาย อ่อนเพลีย หน้ามืด ร้อนวูบวาบฯลฯ

Ø       ความจำเสื่อม

Ø       ระบบประสาทผิดปกติ ปลายประสาทอักเสบ

Ø       การรับรู้รส หรือกลิ่นไม่ดี

Ø       แก่ก่อนวัย

Ø       ผมร่วงหรือหงอกก่อนวัย

         ใครอยากมีรูปร่างสมส่วน ผิวพรรณผ่องใส อารมณ์ดี สดชื่นแจ่มใส มีเรี่ยวแรงมาก แก่ช้า สมองดี ไม่หลงลืม สุขภาพโดยรวมดี  ภูมิต้านทานดี ไม่เจ็บไม่ป่วย ต้องกินข้าวกล้องกันทุกมื้อนะคะ

 

 

 

 

 

 

แมคโครไบโอติกส์ เป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่ง ที่เป็นการดูแลรักษาสุขภาพและดำเนินชีวิตแบบองค์รวม เพื่อให้บุคคลมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยผ่านทางอาหารและวิถีชีวิตที่สมดุล ยังรวมถึง ทัศนะการมองชีวิตที่ยิ่งใหญ่ งดงาม เพื่อการมีสุขภาพดี มีความสุข อิสระ และมีชีวิตที่ยืนยาว

แมคโครไบโอติกส์


      เป็นศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอีกวิธีหนึ่ง ที่เรียนรู้ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ
อาหาร สุขภาพ(กาย-ใจ) และสิ่งแวดล้อม แมคโครไบโอติกส์(Macrobiotic) ตามรากศัพท์
ภาษากรีก หมายถึง” ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ” ปรัชญาของแมคโครไบโอติกส์ คือ การดำเนินชีวิตที่
เรียบง่าย  สอดคล้องธรรมชาติ มีความสุข อิสระ จะทำให้ชีวิตมีความยืนยาวและมีความผา
สุขของมนุษย์ การทำอาหารแมคโครไบโอติกส์ จึงจะเน้นอาหารที่สดเป็น ธรรมชาติ
ิมีการปรุงแต่งน้อย และใช้วิธีการที่ไม่ทำให้คุณค่าอาหารตาม ธรรมชาติสูญเสียไป
ส่วนประกอบของอาหารแมคโครไบโอติกส์จะให้ความสมดุลแก่ร่างกายตามหลัก หยินและ
หยาง และการทำอาหารแมคโครไบโอติกส์จะช่วยสร้างสมดุลในธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา

มื้อ ของอาหารแมคโครไบโอติกส์ ประกอบด้วยอะไร

แมคโครไบโอติกส์ เน้นเรื่องการกินให้สมดุล หลากหลายใน 1 มื้อ
มีข้าวกล้องหุงอร่อย ๆ จากหม้อความดัน (Pressure Cook) ซึ่งเป็น Complex Carbohydrate ที่มีประโยชน์
ยิ่งต่อร่างกาย ซุป หรือแกงจืดที่ปรุงด้วยผัก, สาหร่ายทะเล ให้รสหวานธรรมชาติ และแร่ธาตุแก่ร่างกาย
ผักต่าง ๆ เพื่อความสมดุล ทั้ง สลัดผักสดน้ำส้มคั้นจากผลส้มหอมหวานสดชื่น และผักต้มสุกหวาน นุ่มนวล เช่น แครอท, บรอคโคลี่, กระหล่ำ
โปรตีนจากปลา หรือเต้าหู้ หรือถั่วธัญพืชต่าง ๆ ธัญพืชของเราอบต้มในหม้อความดัน 2 ชม. เพื่อให้สุกนุ่มทั้งเมล็ด ละลายในปาก ชุ่มนุ่ม อุดมคุณค่าและพลัง
โรยข้าวด้วยงาคั่วใหม่ บดกับเกลือเล็กน้อยให้ได้รับแร่ธาตุ วิตามิน และช่วยทำให้ความเป็นหยินหยางในข้าวแต่ละคำมีความสมดุลในรสอาหารที่ไม่จัดจ้าน
ขอเชิญชวนให้คุณเคี้ยวข้าวคำละ 20-30 ครั้งหรือมากกว่า เพื่อสัมผัสรส
และพลังของอาหารที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย อาหารแบบแมคโครไบโอติกส์ จึงเป็นอาหารแบบธรรมชาติ
(Whole Food) ซึ่งความสมดุล มีคุณลักษณะไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย และสูงด้วยไฟเบอร์ช่วยชำระล้างของเสียภายใน

เครื่องปรุงของอาหารแมคโครไบโอติกส์

อาหารแมคโครไบโอติกส์ คัดสรรความสดของวัตถุดิบ ปรุงแต่งแต่น้อยเพื่อคงรสแท้
้และพลังของอาหารไว้มากที่สุด รสหวานที่มีอยู่มาจากอาหารแท้ ๆ แมคโครไบโอติกส์จะไม่ใช้น้ำตาลทราย หากจำเป็นก็จะใช้น้ำเชื่อมจากข้าว
น้ำอ้อย น้ำผึ้งเล็กน้อย รสเปรี้ยวจะใช้ความเปรี้ยวจากธรรมชาติ เช่น มะขาม
บ๊วย น้ำส้มคั้น มะนาว ไม่ใช่น้ำส้มสายชูซึ่งไม่สมดุล รสเค็ม จากเกลือทะเลแท้ และซีอิ๊วขาวที่หมักธรรมชาติ หรือซีอิ๊วทามาริ (Tamari) ที่ไม่มีน้ำตาลเจือปน นอกจากนี้ยังใช้เต้าเจี้ยว หรือมิโซะหมักมากคุณค่าจากเอ็นไซม์ธรรมชาติ

สิ่งที่คุณจะได้รับจากอาหารแมคโครไบโอติกส์
o สังเกตดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง เมื่อรับประทานต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ เช่น
หน้าท้องแบนราบ เอวหลวมขึ้น
ระบบขับถ่ายนุ่มนวล ไม่มีปัญหา
นอนหลับสบายขึ้น
ไม่หิวจนตาลาย หรือหมดแรง มือสั่น
เบาเนื้อเบาตัว หน้าตาและอารมณ์ผ่องใส
o เมื่อรับประทานต่อเนื่อง 1 เดือน คุณจะพบว่า
กระฉับกระเฉง ไม่งัวเงีย เพลีย เหนื่อย
ริมฝีปากไม่แห้ง ส้นเท้าที่แตกผิวหนังแห้งหายไป ลิ้นเป็นฝ้าหายไป
ร่างกายกระชับ น้ำหนักตัวส่วนที่เป็นไขมันส่วนเกินหายไป 3 – 5 กิโลกรัม โดยไม่ต้องอดอาหาร
o มีตำราหนังสือมากมาย รวมทั้งงานวิจัยที่ตีพิมพ์ว่า อาหารแมคโครไบโอติกส์ เป็นอาหารต้านมะเร็ง, ลดเบาหวาน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอย่างเห็นผล

ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก http://www.lemonfarm.com/macrobiotics.html

 

 

แมคโครไบโอติกส์ กินเน้นสุขภาพ

 แมคโครไบโอติกส์ คือการทานอาหารที่เน้นสุขภาพเป็นหลัก แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้น้ำหนักลดโดยที่ไม่อ่อนเพลีย ผิวหนังไม่เหี่ยว ชะลอความแก่ได้ ยิ่งถ้าทำคู่ไปกับการเล่นโยคะหรือฝึกสมาธิด้วยหน้าตาผิวพรรณจะสดใสอย่างเห็นได้ชัด

     • ต้องทานอาหารประเภทแป้งไม่ขัดขาว เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ให้ได้ 50%ของแต่ละมื้อ     • ทานผักดิบและผักสุกร่วมกัน อาจจะทำเป็นสลัดผักหรือเป็นผักต้มจิ้มน้ำพริก (บางอย่างก็ไม่ต้องต้ม เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ผักกาดหอม เพื่อให้มีทั้งผักสุกและดิบ) หรือผัดโดยใช้น้ำมันน้อยๆ ก็ได้ ต้องมีผัก 25% ของอาหารในแต่ละมื้อ

     • ทานถั่วต่างๆ และผลิตผลจากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ไส้กรอกเจ แทนเนื้อสัตว์ให้ได้ประมาณ 15% ของอาหารแต่ละมื้อ และใน 1 อาทิตย์จะต้องทานปลาหรืออาหารทะเล 1 ครั้ง

     • งดอาหารที่ใส่น้ำตาลขาวทุกชนิด อาหารมันที่ใช้น้ำมัน นม เนย กะทิ รวมทั้งแป้งขาวทุกชนิด เช่น ข้าวขาว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง ถ้าอยากทานอะไรเล่นต้องทานแต่เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ เช่น ถั่วคั่ว เมล็ดฟักทอง หรือผลไม้ที่ไม่หวาน เช่นฝรั่ง มะม่วงดิบ

 

 

 

 

 

อาหารแมคโครไบโอติกส์

แมคโคร หมายความว่ายิ่งใหญ่ หรือยืนยาว   ไบโอ หมายถึงชีวิต  เมื่อนำคำ 2 คำมารวมกันเป็น แมคโครไบโอติกส์ จึงหมายถึง การมีวิถีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ และยืนยาว

หลักการของแมคโครไบโอติกส์

กินอาหารที่บริสุทธิ์ และเป็นธรรมชาติที่สุด หลีกเลี่ยงการทำให้สุก และไม่กินอาหารที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม เคี้ยวอาหารให้ละเอียดที่สุด 30-50 ครั้ง/คำ กินอาหารเมื่อรู้สึกว่าหิวเท่านั้น กินอาหารเมื่อมีอารมณ์สงบ ถ้ามีอารมณ์โกรธและกังวลจะมีผลต่อการย่อยอาหาร ขณะกินให้นึกถึงที่มาของอาหารได้แก่ แสงแดด อากาศ น้ำ ธรรมชาติ กินอาหาร 2-3 มื้อ/วัน ไม่กินหลังตื่นนอนใหม่ ๆ หรือก่อนเข้านอน ลดของเหลวและเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงหรือจำกัดอาหารจากสัตว์ใหญ่ นม ไข่ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำตาล หลีกเลี่ยงกาแฟ และแอลกอฮอล์ ไม่นิยมบริโภคผักสด ผลไม้สด หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้นอกฤดูกาล หมุนเวียนอาหารที่บริโภคภาชนะหุงต้มควรเป็นเครื่องปั้นดินเผา หรือแสตนเลส หลีกเลี่ยงภาชนะอลูมิเนียม หือเคลือบเทฟลอน

อาหารที่ให้กินได้แก่ เมล็ดพืชที่ไม่ขัดสี น้ำซุป ผักต่าง ๆ ถั่วเมล็ดแห้ง และสาหร่ายปลา ผลไม้ เป็นของว่างสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง อาหารอื่นพวกเครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส

ตารางการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
ชีวิตสดใส ไม่เจ็บไม่ป่วย ด้วยวิถีแมคโครไบโอติกส์

วันจันทร์ที่ 13- วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2551
ณ . Sukko Cultural Spa & Wellness Resort

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2551

  • 06.00 ลงทะเบียน / แบ่งกลุ่มสำหรับการฝึกภาคปฏิบัติ
  • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
  • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
  • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
  • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
  •   

     

    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ
  • วันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้า
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ

    วันพุธที่ 15 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้า
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 18.00 กิจกรรมกลุ่ม : ร่วมกันการออกแบบเมนูแมคโครไบโอติกส์เพื่อฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ

    วันพฤหัสที่ 16 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้า
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 นำเสนอ / วิจารณ์เมนูกลุ่ม
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ

    วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้าตามเมนูกลุ่ม
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยงตามเมนูกลุ่ม
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็นตามเมนูกลุ่ม
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 18.00 ถาม – ตอบ ปัญหา
    • 19.00 ปิดการสัมมนา

    มาดูประวัติของวิทยากรกันบ้างดีกว่านะคะ

  • นายแพทย์โอภาส ภุชิสสะ พบ.วว. วิสัญญีวิทยา
    ตำแหน่ง นายแพทย์ 9. หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญีวิทยา

    สถานที่ปฎิบัติงาน

    กลุ่มงานวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ถ.สรรพสิทธิ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐ โทร. ๐๔๕-๒๔๔-๙๗๓ ต่อ ๑๔๙๔

    E-mail : ophaswanna@gmail.com

    การศึกษา

    • พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๓๐ แพทย์ศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๔๑ วุฒิบัตรวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกาศนียบัตรฝังเข็มแพทย์จีน หลักสูตรกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ เซียงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน รุ่นที่ ๕
    • พ.ศ. ๒๕๔๔ ศึกษาดูงานด้านแมคโครไบโอติกส์ มูลนิธิ UN PUNTO MACROBIOTICO INTERNATIONALE เมือง TOLENTINO จังหวัด MACERATA แคว้น MARCHE ประเทศ ITALY (ตุลาคม ๒๕๔๔-กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕)
    • พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกาศนียบัตรหลักสูตรนานาชาติระเบียบวิธีวิจัยและชีวะสถิติ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ ศึกษาดูงานการแพทย์ผสมผสานแมคโครไบโอติกส์ และเกษตรธรรมชาติ ประเทศญี่ปุ่น
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ ศึกษาหลักสูตร Macrobiotics Counsellor USA

    ประสบการณ์ปฎิบัติงาน

    • พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๒ แพทย์ประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
    • พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๓๗ แพทย์ประจำโรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๖ หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๕ แพทย์ประจำคลินิกฝังเข็ม ฝ่ายการแพทย์ทางเลือกและการแพทย์พหุลักษณ์ โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๕๐-ปัจจุบัน หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี

    ผลงานวิชาการ

    • รวมบทความวิชาการ ก๊าซดมสลบกับชั้นโอโซน สรรพสิทธิ์เวชสารปีที่ 23 ฉบับที่ 3 : กรกฎาคม-กันยายน 2545 : 169-172.
    • A comparison of propofol and ketamlne as induction agents for cesarean section. J Med Assoc Thai 2004: 87 No.7:774-779
    • Levobupivacaine and Bupivacaine in Spinal Anesthesia for Transurethral Endoscopic Surgery. J Med Assoc Thai 2006:89 No. 8:1133-1139
    • The Self-Reliant System for Alternative Care of Diabetes Mellitus Patients – Experience Macrobiotic Managemant in Trad Province . J Med Assoc Thai 2006:89(12):2104-15.

    ประสบการณ์ด้านแมคโครไบโอติคศ์

    • พ.ศ. ๒๕๔๔ ร่วมประชุมและนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมแมคโครไบโอติคส์นานาชาติ ประเทศตูนีเซีย
    • พ.ศ. ๒๕๔๕ ร่วมประชุมและนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมแมคโครไบโอติคส์นานาชาติ ประเทศคิวบา
    • พ.ศ. ๒๕๔๖ ร่วมประชุมนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมแมคโครไบโอติคส์นานาชาติ พัทยา ชลบุรี ประเทศไทย
    • พฤศจิกายน ๒๕๔๗ มีนาคม ๒๕๔๘ ผู้บรรยายแมคโครไบโอติคส์ ตึก DMS6 กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
    • ทดลองใช้วิถีชีวิตแบบแมคโครไบโอติคส์ ด้วยตนเองและครอบครัวตั้งแต่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน
    • เขียนตำราอาหารแมคโครไบโอติคส์ให้กองการแพทย์ทางเลือก กรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ ปัจจุบัน วิทยากรรับเชิญ กองการแพทย์ทางเลือก
    • พ.ศ. ๒๕๔๙ เปิดศูนย์ฝึกอบรมและร้านอาหารชีวิตเอกภาพ ( Macrobiotics ) หลังวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๕๐ ปัจจุบัน วิทยากรดูแลสุขภาพแนวแมคโครไบโอติคส์สำหรับโรงพยาบาลที่สนใจ
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ อาจารย์พิเศษปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตร์ความงาม ( Nutraceutical ) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

    การศึกษาธรรมะ

    • พ.ศ. ๒๕๑๔ พรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน วัดบ้านตลาดแค บ้านตลาดแค ต.ธารประสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
    • พ.ศ. ๒๕๓๗ อุปสมบทเป็นพระภิกษุกับหลวงพ่อแบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
    • พ.ศ. ๒๕๔๒ ( ๑๐ ๑๗ เมษายน ) ลาพักร้อนเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดป่าบ้านดาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
    • พ.ศ. ๒๕๔๓ ( ๑๕ ๒๑ พฤษภาคม ) ลาพักร้อนเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ. สกลนคร
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ ( ๑๐ ๑๗ สิงหาคม ) ลาปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินีนาถ วัดป่าชัยมงคล ( สาขาวัดหนองป่าพง ) อ.เมือง จ.ระนอง
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ ( ๒๐ ๒๕ ตุลาคม ) ลาพักร้อนปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ชยสาโร ที่บ้านบุญ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๑๓ ๑๗ เมษายน ) ปฏิบัติธรรมวัดป่าดงเมืองซ้าย ( สาขาวัดหนองป่าพง ) อ.กันทรารมณ์ จ.ศรีษะเกษ
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๑๔ ๒๓ พฤษภาคม ) ลาพักร้อนปฏิบัติธรรมวัดป่าดงเมืองซ้าย ( สาขาวัดหนองป่าพง ) อ.กันทรารมณ์ จ. ศรีษะเกษ
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๒๐ ๒๘ กรกฏาคม ) ลาพักร้อนปฏิบัติธรรมวัดถ้ำพระภูวัว บ้านถ้ำพระ อ.เซกา
    • จ.หนองคาย
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๔ ๗ สิงหาคม ) ลากิจปฏิบัติธรรมวัดป่าสุคะโต บ้านใหม่ไทยเจริญ ต.ท่ามะไฟหวานอ.แกร่งคร้อ จ.ชัยภูมิ
    • พ.ศ. ๒๕๕๐ ปัจจุบัน วิทยากรร่วม การพัฒนาสุขภาพจิตด้วยกรรมฐานตามวิถีพุทธ ทุกวันพฤหัสบดีที่ ๓ ของเดือน ณ ห้องประชุมไพจิต ปวะบุตร อาคาร๗ ชั้น ๙ ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการ ชมรมสุขในธรรม กระทรวงสาธารณสุข

     

     

     

  •  

     

     

มาแล้วค่ะ วันนี้ออมมีเรื่องดีๆมาฝากเพื่อนๆที่รักสุขภาพ และต้องการลดความอ้วนค่ะ เอาไว้ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดำเนินชีวิตนะคะ เนื่องจากที่สุโข สปา จะมีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ 5 วัน ที่จะทำให้เพื่อนๆได้เรียนรู้แนวคิดและทฤษฎีแมคโครไบโอติกส์ หลักการรับประทานอาหารตามวิถีชาวแมคโครไบโอติกส์ ศึกษาพื้นฐานการทำอาหาร แมคโครไบโอติกส์แบบไทยๆอย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์และส่วนผสมที่หาได้ในเมืองไทย ขั้นตอนการหุงข้าวกล้อง คั่วงา และลวกผักอย่างถูกวิธี การทำซุปผัก ครีมข้าว นมข้าว และเมนูอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงฝึกการออกแบบเมนูแมคโครไบโอติกส์ด้วยตนเอง

 

 

เพื่อนๆจะได้ฝึกลงมือปรุง และร่วมรับประทานอาหารแมคโครไบโอติกส์ ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ หลากหลายชนิดกว่า 30 รายการ รวม 15 มื้อ รวมถึงเรียนรู้การจัดอาหารแมคโครไบโอติกส์ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน ฯลฯ

 

 

ดำเนินการอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติโดย นายแพทย์โอภาส ภุชิสสะ พร้อมด้วยทีมงานนักวิชาการสาธารณสุขผู้เชี่ยวชาญในการปรุงอาหารแมคโครไบโอติกส

 

วันที่อบรม

: วันจันทร์ที่ 13 – วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2551

 

เวลา 06.00-18.30 น . :
อบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติวิถีแมคโครไบโอติกส์

เวลา 06.00-18.30 น . :
อบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติวิถีแมคโครไบโอติกส์

เวลา 19.00-21.00 น . :
อบรมและฝึกปฏิบัติสมาธิ

สถานที่
: Sukko Cultural Spa & Wellness Resort

ราคา : ท่านละ 6,500 บาท

สมัครด่วน ! รับจำนวนจำกัด เพียง 40 ท่านเท่านั้น

สนใจสอบถามรายละเsอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่
คุณศุภกาญจน์ เกื้อมิตร โทร .    086-6849714   
(วันจันทร์เสาร์ เวลา 9.00 น .-17.00 น.)
5/10 หมู่ 3 ต.วิชิต ถ.เจ้าฟ้า (ตะวันตก) อ.เมือง ภูเก็ต 83000
โทร.    076-263222    แฟกซ์    076-264533   

วิธีชะลอความแก่ 7 ประการ


เรื่องความชราที่มาเยือนนั้นเป็นไปตามวัยก็จริง
แต่หนุ่มสาวสมัยนี้กลับ แก่ก่อนวัย
ถึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า ทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ
เคล็ดลับเหล่านี้ได้จาก น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


๑.ต้องไม่อยากแก่…

ต้องตั้งใจคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวเอาไว้
และต้องปฏิบัติควบคู่ไปทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ


๒.มีใจเป็นหนุ่มสาว..

คือ รักอิสระ มองโลกในแง่ดีและที่สำคัญมีความหวังเสมอ
หรือการคบเพื่อนที่อายุน้อยกว่าก็เป็นวิธีการที่ดี


๓.ลดความเครียด..

เลิกเอาคิ้วผูกโบได้แล้ว ลองยิ้มให้มากขึ้น
ถ้าไม่รู้จะยิ้มอย่างไรก็ลองยิ้มกับกระจกเงาที่บ้านดูสิ


๔.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ..

ออกกำลังการอย่างน้อย 15 นาทีจะดี


๕.กินอาหารต้านชรา..

พยายามเลือกอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย
เช่น พื! ชผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ


๖.นอนหลับเพียงพอ..

เราควรจะนอนให้เพียงพอกับร่างกาย
ที่ดีที่สุดควรนอนก่อนสี่ทุ่มจะดีที่สุด


๗.ความรัก..

ความรักเท่านั้นที่จะช่วยให้คนสดชื่น กระชุ่มกระชวย
ทั้งความรักของคนหรือสัตว์ ก็จะช่วยให้เราหัวใจเบิกบาน