เมื่อเดือนที่แล้ว ออมได้มีโอกาสเจอ ครูแปรง เจ้าของ ศูนย์ศึกษาสยามยุทธิ์ บ้านครูแปรง ท่านมีโชว์ที่ สุราษฏร์ และแวะมาเยี่ยมที่ สุโข สปา ค่ะ น่าทึ่งมากเลยค่ะ ….ที่ออมบอกว่าน่าทึ่งเพราะเด็กแค่ 5 ปี ที่เป็นลูกศิษย์ของครูแปลงสิคะ แข็งแรงมากเลย การฝึกท่าพื้นฐาน จะเป็นการฝึก ปัด ปก ป้อง เน้นเป็นการรับมากกว่ารุกค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกลัวเลยนะคะหากจะมีใครมาทำร้าย ท่าที่ฝึกของมวยไทยไชยาทั้งหมดนี่แหละค่ะ เป็นการป้องกันตัวเราชั้นเอกเลย อยากให้เพื่อนๆลบภาพเก่าๆ ที่คิดว่าคนที่หัดมวยคือนักเลงหรือคิดว่ามันน่ากลัว เหมือนที่ออมบอกข้างต้นแหละ มวยไชยาเน้นเป็นมวยรับ ดังนั้นไม่ต้อกลัวหรอกค่ะ ว่าเค้าจะเอาไปใช้ในทางที่ผิด เพราะก่อนจะเรียนก็มีการไหว้ครู และท่องสัตย์ปฏิญาณกับครู ตอนนี้ ที่สุโข สปา เรามีโปรโมชั่นราคาพิเศษค่ะ ที่สำคัญยังได้เรียนกับ ครูพงษ์ ครูศิษย์เอกของครูแปรงด้วยนะคะ

e-news-muaythai

Advertisements

ตอนนี้ออมได้ลาพักร้อนที่แสนจะยาวๆๆๆ ก็เลยกลับบ้าน กะว่าจะมาเกาะ พ่อ กะ แม่ กินซักพัก (ดูแล้วเป็นลูกที่ประเสริฐมั่กๆๆๆ) บ้านของออมอยู่ที่ อำเภอ ฟากท่า จังหวัด อุตรดิตถ์ เป็นอำเภอเล็กๆ ห่างจากในตัวเมืองประมาณ 100 กว่าโลเองค่ะ ..ไม่ค่อยไกลเลยใช่ไหมคะ…ช้างเผือกก็อย่างงี้แหละคะ ต้องอยู่ลึกหน่อย..หุหุหุ…ออมโชคดีมากเลยที่ได้เกิดและโตที่นี่ และก็คิดเหมือนกับทุกๆคนค่ะ ที่ภูมิใจในบ้านเกิด ภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น  ออมกลับมาบ้านในช่วงที่เค้ามีงาน “สืบสานวัฒนธรรม ผ้าทอพื้นบ้าน  ของดีอำเภอฟากท่า” ประจำปี 2552 ปีนี้งานนี้ก็จะเป็นงานสืบสานวัฒนธรรมความเป็นอยู่อย่างชาวฟากท่าตั้งแต่สมัยโบราณ จะมาการแสดงต่างๆที่หาดูไม่ได้แล้ว อย่างเช่น ตีลาย ตับเต่า แห่นางด้ง โปงลาง งั้นลองมาดูประวัติและความเป็นมาอย่างคร่าวๆของ ตีลาย นะคะ

ประวัติและความเป็นมา

บรรพบุรุษของชาวฟากท่า แต่เดิมนั้นได้อพยพมาจากเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
ซึ่งไม่สามารถสืบค้นได้ว่าอพยพมาตั้งแต่เมื่อใด เพียงแต่เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ภาษาท้องถิ่นของชาวฟากท่าเป็นภาษาเดียวกับกับภาษาลาว ทั้งสำเนียงและคำศัพท์เฉพาะต่างๆ จึงน่าจะเป็นสิ่งที่เชื่อได้ว่ามีการเชื่อมโยงกันในจุดนี้ วัฒนธรรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ชีวิตความเป็นอยู่ก็มีความคล้ายคลึงกันมาก และที่สำคัญคือ ปัจจุบันยังมีการไปมาหาสู่กันแม้จะมีพรมแดนกั้นเป็นอาณาเขตที่แน่นอนแล้วก็ตาม จึงเชื่อได้วาบรรพบุรุษของชาวฟากท่าได้อพยพมาจากประเทศลาวจริง

            ตีลาย คือศิลปะการต่อสู้ที่อยู่คู่กับชาวฟากท่ามาช้านาน มีการสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นายคิด อินฟากท่า และ นายบุ แก้วทุมลา เล่าให้ฟังว่าตีลายเป็นศิลปะการต่อสู้ของชาวลาวที่บรรพบุรุษได้นำศิลปะแขนงนี้ติดตัวมา ตนเองได้ฝึกหัดตีลายมาตั้งแต่เป็นเด็ก โดยปู่เป็นคนหัดให้ 2 คน และได้แสดงศิลปะและการต่อสู้นี้ แทนปู่ ที่ได้เสียชีวิติไปแล้วมาโดยตลอด โอกาสที่จะได้แสดงคือ ในวันสงกรานต์เท่านั้น

e0b895e0b8b5e0b8a5e0b8b2e0b8a2

            ตีลาย เป็น ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ที่มีลีลา ลวดลาย รวดเร็ว คล่องแคล่ว ว่องไวหนักหน่วง และแน่นอน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนช้อยและสวยงาม ด้วยลีลาท่าทางของผู้แสดงที่มีความสามารถร่ายรำให้เข้ากับจังหวะดนตรี ใครก็ตามที่สามารถผสมผสานการต่อสู้กับการร่ายรำได้ดี จะได้รับการยกย่องชมเชยว่าเป็นผู้ที่ ลาย คำว่า ลาย ไม่ใช้คนที่มีลายสักเต็มแขน ขา หรือเต็มตัว แต่คนที่มีลายคือ ผู้ที่มีลวดลาย ลีลา ในการต่อสู้ ที่แฝงไว้ด้วยศิลปะที่งดงามอ่อนช้อย พร้อมที่จะสยบคู้ต่อสู้ตลอดเวลา

คำว่า ตี คือ อาการตีด้วยฝ่ามือ (แบมือ) ตีลายจึงมีความหมายในทำนอง ตีกันอย่างมีลวดลาย ต่างกับมวยโดยทั่วไป ซึ่งไม่แบมือ ศิลปะการต่อสู้ตีลายจะเริ่มขึ้นโดยมีดนตรีประกอบ ได้แก่ การตีกลองยาว ตีฆ้อง และ ฉาบ ฉิ่ง ให้เร้าใจ ในสมัยก่อนจะไม่มีการเปรียบคู่ (หรือเปรียบมวย) ไว้ก่อน เมื่อเสียงกลองดังขึ้น ฆ้องและฉิ่ง ฉาบ ดังขึ้นในจังหวะที่เร้าใจ ไม่นานก็จะมีคน หมึนขึ้น” (หมายถึงของขึ้น) ก็จะกระโดดเข้าไปในวงที่มีผู้ชมนั่งล้อมวงอยู่ ซึ่งเป็นสนามหญ้า หรือสนามดินก็ได้ เมื่อมีคนแรกกระโดตามเข้าไปเหมือนกับเป็นการท้าทายว่าใครแน่ให้เข้ามา ไม่นานก็จะมีหมึนขึ้นเหมือนกัน กระโดดตามเข้าไปต่อสู้กัน แต่ก่อนที่จะต่อสู้กันนั้น คู่ต่อสู้ทั้ง 2 ฝ่ายจะเต้นไปรอบ ๆ ตามจังหวะ โดยออกท่าทาง ลีลา ลวดลาย เพื่อหลอกล่อคู่ต่อสู้ โดยเริ่มจากท่าตบก่อน คือ ตบมือ ตบศอก ตบแข็ง ตบขา ตบเท้า โดยจะทำสลับกันไป วาดลวดลายอยู่ในวง จะใช้ฝ่ามืิกระทบกันเสียงตบแข็ง ตบขา ดังเพี๊ยะ ๆ เป็นระยะ ๆ การตีลายจะใช้เพียงฝ่ามือต่อสู้กันมากกว่าการใ้ช้เท้าและส่วนอื่น ๆ ซึ่งน่าเป็นภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนที่ไม่ต้องการให้มีการบาดเจ็บรุนแรงเกิดขึ้น การต่อสู้จะไม่คำนึงถึงรูปร่าง น้ำหนัก หรือส่วนสูง และระยะเวลาในการต่อสู้ โดยจะเข้าต่อสู้กันด้านข้างมากกว่า ด้านหน้า ในลักษณะโฉบเข้าโฉบออก จากนั้นคู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายก็จะร่ายรำ ท่าทางให้เข้ากับจังหวะอันเร้าใจของเสียงกลอง ฆ้อง และฉาบฉิ่ง แล้วก็หาช่องทางเข้าโจมตีคู่ต่อสู้เป็นระยะ ๆ บางคู่สู้กันมาก ร่ายรำน้อย บางคู่ก็ต่อสู้กันน้อยแต่ร่ายรำมาก แล้วแต่ความสามารถและพละกำลัง เหนื่อยก็หยุดกันเอง ไม่มีกรรมการ ไม่มีการจับเวลา พอคู่แรกออกไป คู่ต่อไปก็เข้ามาแทน

e0b895e0b8b5e0b8a5e0b8b2e0b8a23

เป็นยังไงบ้างคะ ออมคิดว่าขนบธรรมเนียมของไทยเราเป็นสิ่งที่ดีงามสมควรแก่การอนุรักษ์และสืบทอดต่อๆไป เรามาช่วยกันสืบสานกันก่อนที่จะไม่มีให้ชนรุ่นหลังได้ดู

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.geocities.com/jr_seeka/anurakteelai.htm

ปีนี้เค้าเพิ่งจัดงานเป็นปีแรกค่ะ งานครึกครื้นดีมาก เค้าจัดงานตั้ง 3 วัน 3 คืนแน่ะ เพราะเพิ่งผ่านวันแรกเท่านั้นเอง ไม่อยากจะบอกว่าไฮไลท์ของงานน่ะเป็นวันพรุ่งนี้ค่ะ เค้ามีการเดินแบบโชว์ผ้าทอพื้นบ้านด้วย เรื่องมาอัพจะทยอยอัพเดตให้ฟังนะคะ

 

 

 

เมื่อวานเป็นวันแรกในรอบสองเดือนที่ได้ออกมาหากลุ่มลูกค้าข้างนอก หลังจากหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับกองเอกสารที่ตั้งกองพะเนินท่วมหัว ออมกับพี่หนุงหนิงได้ออกไปแจกทุนการศึกษา อย่าเข้าใจผิดว่าเราจะไปหลอกเด็กนะคะ ข่าวดีๆๆๆๆ ค่ะ  ตั้งแต่เดือนสิงหาคม นี้ ที่ สุโข สปาเราจะมีคุงครู สอน มวยไทยไชยา มาแล้วนะคะ คุงครูเป็นฝาหรั่งด้วยค่ะ ชื่อ คุงครู นาธาน เค้าชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างไทยๆเราเป็นอย่างม๊าก ถึงกับยอมเปลี่ยนสัญชาติเป็นคนไทยเลยนะคะ แถมวันพระก็ยังชอบไปวัดอีกต่างหาก อายมั๊ยล่ะ เฮ้อ ดูซิคะ เราเป็นคนไทยแท้ๆยังไม่มีใครที่รัก และช่วยกันสืบสานความเป็นเอกลักษณ์นี้ไว้เลย ความจริงมวยไทย หรือ อะไรก็ตามที่เป็นของเราทำไมเราไม่เป็นคนถ่ายทอดออกไปนะ ทำไมต้องให้ต่างชาติมาสอนความเป็นไทย ให้กับคนไทยล่ะ อ้าววววว แล้วคนไทยหายไปไหนล่ะ คนไทยยังไม่รู้อีกเหรอว่าเรามีของดี มีแต่วิ่งตามไปหาแต่สิ่งที่เป็นค่านิยม บ้างก็ว่าของไทยเรามันเชย เฮ้อโลกมันคงเปลี่ยนไปแล้วเนอะ

 

เราออกตระเวนไปตามโรงเรียน หกแห่ง จากตั้งเป้าไว้ แปดแห่ง ยังกวาดไม่หมดเลย เดี๋ยวอีกสองแห่งค่อยไปอีกทีนะคะ ก็ยังไม่รู้ว่าผลตอบรับจะเป็นยังไง อาจจะเป็นเพราะออมมาจากต่างจังหวัดด้วยมั้ง เลยคาดหวังค่อนข้างสูงเมื่อก่อนหากมีทุนอะไรก็ตามแต่ที่ทางหน่วยงานเค้านำไปมอบให้เด็กนักเรียนฟรีๆ เด็กๆแถวนั้นถึงกับต้องเข้าแถวต่อคิวกันเลยนะ ห้องออมมีทะเลาะกันด้วยนะ ออมนี่ร้องไห้ขอพ่อให้ไปพูดกับอาจารย์เพื่อให้ได้ทุนเลยนะ จนอาจารย์ต้องมีการจับฉลากสุ่มเอาเลย แต่มาวันนี้โลกเราแปลี่ยนแปลงไปเยอะ ทุนเรียนฟรี ยังไม่อยากจะไปเรียนกันเลย ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม

 

มวยไทยไชยา คือ อะไรคะ (มีใครตอบได้บ้าง ถ้าตอบได้มารับรางวัลกับออมนะคะ แหะๆๆ) มวยไทยไชยา เป็นศิลปะป้องกันตัวแขนงหนึ่ง อาจารย์ที่สอนเค้าจะเป็นคัดเลือกลูกศิษย์ด้วยตัวเค้าเองเลยนะคะ ออมก็งงเหมือนกันว่าทำไมต้องคัดเลือก แต่แกก็ให้เหตุผลที่ออมต้องยอมจำนงเลยค่ะ คุงครูบอกว่าเค้าไม่อยากให้เอาไปใช้ในทางที่ผิด หรือเอาไปทะเลาะวิวาทกัน ไม่ใช่การต่อสู้แข่งขันเพื่อเอาชัยชนะ เช่น มีการปล้น จี้ ชิงทรัพย์ แล้วเราจะมีวิธีป้องกันตัวเราเองและคนที่เรารักได้อย่างไร เพราะหากจะร้องขอให้คนมาช่วย ในยุคที่ตัวใครตัวมันอย่างนี้ก็ยากเต็มทีแล้ว ถือคติ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดีกว่าค่ะ   หากผู้ปกครองที่รักและเป็นห่วงลูกจริงๆออมว่า ลองให้เค้ามาเรียนศิลปะป้องกันตัวไว้ตั้งแต่วันนี้ดีกว่านะ อาจจะเป็นการป้องกันตัวแบบ่างๆ หรือ เอามวยไทยไชยาเข้ามาเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเพิ่มอีก ก็ได้นะคะ เพราะสังคมเราเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ และเราก็ไม่ได้อยู่กับคนที่เรารักตลอดเวลาซะด้วยซิ

 

ที่สำคัญทีมงานที่สอนคุงครู นาธาน ยังเป็น ทีมงานเดียวกันกับที่สอนนักแสดงหนังหนังเรื่อง ไชยา เลยนะ แน่มากกก เลย คุงครู  ยังไงออมก็จะไปเรียนซักสองสามเดือนค่ะ แล้วเพื่อนๆล่ะ จะรอช้าอยู่ทำไม มาเรียนด้วยกันดีกว่าค่ะ