10 โรคที่ป้องกันและรักษาได้ด้วยอาหาร

         อาหารสามารถช่วยลดความเจ็บปวดหรือป้องกันโรคได้ เพียงแค่คุณใส่ใจกับอาหารการกินทุกมื้อในแต่ละวันก็จะช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรง

 1. เรอบ่อย


        ดื่มน้ำมันฝรั่งต้มวันละ 3 แก้ว จะช่วยให้ผนังกระเพาะอาหารและกรดในกระเพาะสมดุล


 2. ท้องอืดเฟ้อ


        ใส่ดอกเก๊กฮวยลงไปในน้ำร้อน 2 ช้อนชา ทิ้งไว้ 10 นาที ดื่มวันละ 1-2 ถ้วย


        หากท้องอืดเฟ้ออันเนื่องมาจากการกินอาหารคาร์โบไฮเดรต (เช่น ขนมปัง พุดดิ้ง) ให้กินแตงกวาดองในมื้ออาหาร


 3. ความดันโลหิตต่ำ

         
        หากความดันโลหิตต่ำ หลังตื่นนอนให้ดื่มน้ำหนึ่งแก้วจะช่วยให้ความดันโลหิตสูงขึ้น (อาจคงอยู่ได้เพียงแค่ 2 ชั่วโมง)


        หากรู้สึกล้า ควรกินผักผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น กีวี มะเขือเทศ  ฝรั่ง จะช่วยให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขด้วย


        เกลือทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น คุณจึงควรเติมเกลือเล็กน้อยในผัก โดยเฉพาะผู้ที่มักหน้ามืดวิงเวียนเวลายืนหรือตื่นนอน


 4. ความดันโลหิตสูง


        อาหารที่มีโพแทสเซียมสูงจะลดน้ำในเลือดและทำให้ความดันโลหิตลดลง อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย แตงกวา


        ทดสอบว่าคุณมีปฏิกิริยาไวกับเกลือหรือเปล่าโดยการไม่กินเกลือหนึ่งสัปดาห์ แล้วดูว่าความดันโลหิตลดต่ำลงหรือไม่


        หากมีความดันโลหิตสูงที่เกิดจากความอ่อนเพลียให้กินอาหารที่มีกรดอะมิโน Tryptophan จะช่วยให้ความดันโลหิตลดลง เพราะความเครียดจะสลายกรดอะมิโนตัวนี้ อาหารที่มีกรดอะมิโน Tryptophan คือมันฝรั่ง ถั่ว ข้าวโอ๊ต เนย และเพื่อให้การดูดซึมกรดอะมิโนตัวนี้ได้ดีขึ้น อาหารมื้อค่ำจึงควรกินคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ผลิตภัณฑ์ธัญพืชไม่ขัดสี และทานเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อย (ไม่ทานไส้กรอก)


         วิตามินอีจะช่วยปกป้องเส้นเลือดไม่ให้แข็งตัว วิตามินอีมีมากในน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันงาจะให้ผลดีที่สุดคือเหยาะน้ำมันงาในสลัด


 5. ซึมเศร้า


        จากการศึกษาพบว่า คนจีนในไต้หวันเป็โรคซึมเศร้าน้อยมาก ซึ่งน่าจะมาจากอาหารการกิน นั่นคือ การกินข้าว กินผักดิบวันละหนึ่งครั้ง ใช้น้ำมันงา กินเนื้อสัตว์ และไส้กรอกน้อย และมื้อค่ำไม่ทานเนื้อสัตว์


 6. นอนไม่หลับ 

        กรดอะมิโน Tryptophan จะช่วยให้หลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขซึ่งจะช่วยให้หลับสบาย


        กินถั่ววันละหนึ่งกำมือ เพราะในถั่วมีไนอาซินสูง ซึ่งมีความสำคัญในการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนินที่เป็นฮอร์โมนแห่งความสุข


        ไม่ทานเนื้อสัตว์หรือไส้กรอกเป็นอาหารค่ำ เพราะอาหารไขมันจะรบกวนระบบประสาทซึ่งจะกระทบกับการนอนหลับ ทางที่ดีที่สุดคือ กินอาหารที่ย่อยง่าย


 7. อากาศเปลี่ยนทำให้ปวดศีรษะ ง่วง ฯลฯ


        หากอากาศเปลี่ยนแล้วส่งผลให้คุณมีอาการปวดศีรษะง่วง ฯลฯ ไม่ควรกินมูสลี่และผลไม้เป็นอาหารเช้า เพราะมันจะทำให้เกิดอาการทางประสาทและอื่นๆ อาหารที่ควรกินคือ โปรตีนและวิตามินบี เช่น แตงกวาดอง


         ควรกินอาหารเบาๆ เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ และปลา


 8. PMS ก่อนมีประจำเดือน 

        หากขาดวิตามินบี 6 จะทำให้เกิดอาการซึมเศร้า หิวจัด และเจ็บเต้านม ดังนั้น จึงควรกินอาหารที่มีวิตามินบี 6 เช่น ผลิตภัณฑ์ธัญพืชไม่ขัดสี มันฝรั่ง ผลไม้เปลือกแข็ง


         ไม่ดื่มน้ำชา กาแฟ และน้ำดำ


 9. กระดูกพรุน


        แคลเซียมช่วยให้กระดูกแข็งแรง แคลเซียมมีมากในนม ซึ่งมีไขมันตามธรรมชาติ บล็อกโคลี่ ผักขม


        ฟอสฟอรัสในอาหาร เช่น อาหารสำเร็จรูป น้ำดำ ซอฟต์ดริ๊งก์ จะลดการดูดซึมแคลเซียม รวมทั้งมูสลี่และข้าวโอ๊ตก็จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมเช่นกัน


        กินโยเกิร์ตวันละ 2 ถ้วย แบคทีเรียในกรดนมจะช่วยในการดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น


        ฟลูโอไรด์จะช่วยกระตุ้นในการสร้างเซลล์กระดูกมีมากในถั่ว ชาเขียว ปลา


        ดื่มชาเขียวทุกวันเพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าไปในกระดูก


        วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย มีมากในผลิตภัณฑ์นม และปลา

Advertisements

สูตรอาหารลดความอ้วน

สูตรที่ 1
สูตรอาหารไฮโซค่ะ 3 วัน 3 กก. อึม เป็นไง อ่านแล้วน่าสนใจดีไม๊คะ วันละ 1 กก. แบบนี้ 1 อาทิตย์ก็ผอมเพรียวสมใจอยาก แถมรายการอาหารยังไม่โหด เหมือนซุปผักเมื่อกี้อีกด้วย ได้ทานขนมปังอีกตะหาก สวรค์ของคนลดน้ำหนักเลยค่ะ แต่ขอบอกค่ะว่าแต่ละวันอาหารตามสูตรหายากมากกก แบบออกแนวไฮโซ บ้านๆ อย่างเราไม่ค่อยซื้อทานหรอกค่ะ สูตรมีดังนี้นะคะ

วันที่ 1
เช้า
กาแฟ หรือ ชา ไม่ใส่น้ำตาลและครีมเทียม 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น (โฮลวีทได้ก็จะดีมาก)
ถั่ว baked bean 120 กรัม (ถั่วในซอสมะเขือเทศ)
ส้ม 1 ลูก

กลางวัน กาแฟ หรือชา 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ปลาทูน่า 120 กรัม

เย็น ถั่วฝักยาวต้ม 120 กรัม
บีทรูท หรือ แครอท ต้ม 120 กรัม
แฮมไก่ 2 แผ่น ไก่เท่านั้นนะคะ
ไอศกรีม วานิลา 1 ถ้วยเล็ก

วันที่ 2
เช้า กาแฟหรือ ชา 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
กล้วยหอม 1/2ผล

กลางวัน แครกเกอร์แบบเค็ม 5 แผ่น
ชีส low fat 1 แผ่น (อาจเปลี่ยนเป็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ)

เย็น บล๊อคโครี่ กับแครอท ต้ม อย่างละ 120 กรัม
แฮมไก่ 2 แผ่น
กล้วยหอม 1/2ผล
ไอศกรีม วานิลา 1 ถ้วยเล็ก

วันที่ 3
เช้า กาแฟหรือ ชา 1 ถ้วย
แครกเกอร์ เค็ม 5 แผ่น
ชีส low fat 1 แผ่น
แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล

กลางวัน กาแฟหรือชา 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ลูก

เย็น ดอกกะหล่ำต้ม กับ แครอท อย่างละ 120 กรัม
ทูน่า 120 กรัม
แตงไทย หรือ แคนตาลูป 1 ชิ้น
ไอศกรีมวานิลา 1 ถ้วยเล็ก


 

 

สูตรที่ 2
เห็นเค้าบอกว่าเป็นสูตรพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพฯ สูตรน่าสนใจมากค่ะ และยังบอกอีกว่าสามารถลดน้ำหนักได้ อาทิตย์ละ 9 กก. ค่ะ เห็นสูตรครั้งแรกดิฉันจดอย่างเร็วเลย ถ้าลดได้ขนาดนี้ละล่ะก็ ต่อให้ทานผิดพลาดยังไง อย่างต่ำคงลดได้ 3 กก. แหละค่ะ อาหารก็หาง่ายๆ เหมือนเราทานทุกวันนี่ล่ะค่ะ

วันที่ 1
เช้า…น้ำผลไม้คั้นหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน… ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น… สลัดผัก

วันที่ 2
เช้า… น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน…ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น…โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 3
เช้า… กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน… เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม (เนื้อ,หมู)
เย็น… สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4
เช้า…น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน… สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น…โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า… น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน… ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น… สลัดผัก

วันที่ 6
เช้า… น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน… ปลานึ่งหรือปลาเผาไม่จำกัด
เย็น… นมสด 1 แก้ว(พร่องมันเนย)

วันที่ 7
เช้า… ข้าว 1 ทัพพีและเนื้อ 1 ชิ้นหรือไข่ต้ม 1 ฟอง
กลางวัน… เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม(เนื้อ,หมู)
เย็น… สับปะรด 1 ชิ้น

 ขอขอบคุณแหล่งที่มา จาก http://women.mthai.com

ท่านอาจารย์นายแพทย์ภาสกิจ(วิทวัส) วัณนาวิบูล อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีนแนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีนว่า อาหาร10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน นำแนวคิดศาสตร์แพทย์แผนจีนมาวิเคราะห์โดยใ ช ้หลักแพทย์แผนปัจจุบันประกอบ…
อาหารที่ไม่ควรกินมากเกิน  หรือบ่อยเกินได้แก่…

       1.  ไข่เยี่ยวม้า: ไข่เยี่ยวม้ามีตะกั่วค่อนข้างสูง  ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ
       2.  ปาท่องโก๋: กระบวนการทำปาท่องโก๋ม! ! ีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อนตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้น ยังทำให้ค อ แห้ง เจ็บคอง่ายโดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย
       3.  เนื้อย่าง:กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
       4. ผักดอง:ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกินหรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง และโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิด สารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
        5. ตับหมู: ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกินหรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง(อัมพฤกษ์-อัมพาต)และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น < BR>       6. ผักขม ปวยเล้ง:ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า… มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกินหรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม หรือสังกะสีได้
        7. บะหมี่สำเร็จรูป:บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัด! ! บูด  สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้ เสี่ยงต่อโรคขาดอาหาร และการสะสมสารพิษได้
        8. เมล็ดทานตะวัน:เมล็ดทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง  ทว่า…การกินมากเกินหรือบ่อยเกินอาจทำให้กระบวนการเคมี(metabolism)  ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เ ก ิดการสะสมไขมันในตับภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ เช่น ตับแข็ง ฯลฯ เพิ่มขึ้น
       9.  เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้: กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย…ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้ นอกจากนี้กระบวนการผลิต ยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย
        10.      ผงชูรส:คนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา…การกินผงชูรสมากเกิน หรือบ่อยเกินทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูง อาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น  คลื่นไส้และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

แมคโครไบโอติกส์ เป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่ง ที่เป็นการดูแลรักษาสุขภาพและดำเนินชีวิตแบบองค์รวม เพื่อให้บุคคลมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยผ่านทางอาหารและวิถีชีวิตที่สมดุล ยังรวมถึง ทัศนะการมองชีวิตที่ยิ่งใหญ่ งดงาม เพื่อการมีสุขภาพดี มีความสุข อิสระ และมีชีวิตที่ยืนยาว

แมคโครไบโอติกส์


      เป็นศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอีกวิธีหนึ่ง ที่เรียนรู้ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ
อาหาร สุขภาพ(กาย-ใจ) และสิ่งแวดล้อม แมคโครไบโอติกส์(Macrobiotic) ตามรากศัพท์
ภาษากรีก หมายถึง” ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ” ปรัชญาของแมคโครไบโอติกส์ คือ การดำเนินชีวิตที่
เรียบง่าย  สอดคล้องธรรมชาติ มีความสุข อิสระ จะทำให้ชีวิตมีความยืนยาวและมีความผา
สุขของมนุษย์ การทำอาหารแมคโครไบโอติกส์ จึงจะเน้นอาหารที่สดเป็น ธรรมชาติ
ิมีการปรุงแต่งน้อย และใช้วิธีการที่ไม่ทำให้คุณค่าอาหารตาม ธรรมชาติสูญเสียไป
ส่วนประกอบของอาหารแมคโครไบโอติกส์จะให้ความสมดุลแก่ร่างกายตามหลัก หยินและ
หยาง และการทำอาหารแมคโครไบโอติกส์จะช่วยสร้างสมดุลในธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา

มื้อ ของอาหารแมคโครไบโอติกส์ ประกอบด้วยอะไร

แมคโครไบโอติกส์ เน้นเรื่องการกินให้สมดุล หลากหลายใน 1 มื้อ
มีข้าวกล้องหุงอร่อย ๆ จากหม้อความดัน (Pressure Cook) ซึ่งเป็น Complex Carbohydrate ที่มีประโยชน์
ยิ่งต่อร่างกาย ซุป หรือแกงจืดที่ปรุงด้วยผัก, สาหร่ายทะเล ให้รสหวานธรรมชาติ และแร่ธาตุแก่ร่างกาย
ผักต่าง ๆ เพื่อความสมดุล ทั้ง สลัดผักสดน้ำส้มคั้นจากผลส้มหอมหวานสดชื่น และผักต้มสุกหวาน นุ่มนวล เช่น แครอท, บรอคโคลี่, กระหล่ำ
โปรตีนจากปลา หรือเต้าหู้ หรือถั่วธัญพืชต่าง ๆ ธัญพืชของเราอบต้มในหม้อความดัน 2 ชม. เพื่อให้สุกนุ่มทั้งเมล็ด ละลายในปาก ชุ่มนุ่ม อุดมคุณค่าและพลัง
โรยข้าวด้วยงาคั่วใหม่ บดกับเกลือเล็กน้อยให้ได้รับแร่ธาตุ วิตามิน และช่วยทำให้ความเป็นหยินหยางในข้าวแต่ละคำมีความสมดุลในรสอาหารที่ไม่จัดจ้าน
ขอเชิญชวนให้คุณเคี้ยวข้าวคำละ 20-30 ครั้งหรือมากกว่า เพื่อสัมผัสรส
และพลังของอาหารที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย อาหารแบบแมคโครไบโอติกส์ จึงเป็นอาหารแบบธรรมชาติ
(Whole Food) ซึ่งความสมดุล มีคุณลักษณะไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย และสูงด้วยไฟเบอร์ช่วยชำระล้างของเสียภายใน

เครื่องปรุงของอาหารแมคโครไบโอติกส์

อาหารแมคโครไบโอติกส์ คัดสรรความสดของวัตถุดิบ ปรุงแต่งแต่น้อยเพื่อคงรสแท้
้และพลังของอาหารไว้มากที่สุด รสหวานที่มีอยู่มาจากอาหารแท้ ๆ แมคโครไบโอติกส์จะไม่ใช้น้ำตาลทราย หากจำเป็นก็จะใช้น้ำเชื่อมจากข้าว
น้ำอ้อย น้ำผึ้งเล็กน้อย รสเปรี้ยวจะใช้ความเปรี้ยวจากธรรมชาติ เช่น มะขาม
บ๊วย น้ำส้มคั้น มะนาว ไม่ใช่น้ำส้มสายชูซึ่งไม่สมดุล รสเค็ม จากเกลือทะเลแท้ และซีอิ๊วขาวที่หมักธรรมชาติ หรือซีอิ๊วทามาริ (Tamari) ที่ไม่มีน้ำตาลเจือปน นอกจากนี้ยังใช้เต้าเจี้ยว หรือมิโซะหมักมากคุณค่าจากเอ็นไซม์ธรรมชาติ

สิ่งที่คุณจะได้รับจากอาหารแมคโครไบโอติกส์
o สังเกตดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง เมื่อรับประทานต่อเนื่อง 1 สัปดาห์ เช่น
หน้าท้องแบนราบ เอวหลวมขึ้น
ระบบขับถ่ายนุ่มนวล ไม่มีปัญหา
นอนหลับสบายขึ้น
ไม่หิวจนตาลาย หรือหมดแรง มือสั่น
เบาเนื้อเบาตัว หน้าตาและอารมณ์ผ่องใส
o เมื่อรับประทานต่อเนื่อง 1 เดือน คุณจะพบว่า
กระฉับกระเฉง ไม่งัวเงีย เพลีย เหนื่อย
ริมฝีปากไม่แห้ง ส้นเท้าที่แตกผิวหนังแห้งหายไป ลิ้นเป็นฝ้าหายไป
ร่างกายกระชับ น้ำหนักตัวส่วนที่เป็นไขมันส่วนเกินหายไป 3 – 5 กิโลกรัม โดยไม่ต้องอดอาหาร
o มีตำราหนังสือมากมาย รวมทั้งงานวิจัยที่ตีพิมพ์ว่า อาหารแมคโครไบโอติกส์ เป็นอาหารต้านมะเร็ง, ลดเบาหวาน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอย่างเห็นผล

ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก http://www.lemonfarm.com/macrobiotics.html

 

 

แมคโครไบโอติกส์ กินเน้นสุขภาพ

 แมคโครไบโอติกส์ คือการทานอาหารที่เน้นสุขภาพเป็นหลัก แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้น้ำหนักลดโดยที่ไม่อ่อนเพลีย ผิวหนังไม่เหี่ยว ชะลอความแก่ได้ ยิ่งถ้าทำคู่ไปกับการเล่นโยคะหรือฝึกสมาธิด้วยหน้าตาผิวพรรณจะสดใสอย่างเห็นได้ชัด

     • ต้องทานอาหารประเภทแป้งไม่ขัดขาว เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ให้ได้ 50%ของแต่ละมื้อ     • ทานผักดิบและผักสุกร่วมกัน อาจจะทำเป็นสลัดผักหรือเป็นผักต้มจิ้มน้ำพริก (บางอย่างก็ไม่ต้องต้ม เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ผักกาดหอม เพื่อให้มีทั้งผักสุกและดิบ) หรือผัดโดยใช้น้ำมันน้อยๆ ก็ได้ ต้องมีผัก 25% ของอาหารในแต่ละมื้อ

     • ทานถั่วต่างๆ และผลิตผลจากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ไส้กรอกเจ แทนเนื้อสัตว์ให้ได้ประมาณ 15% ของอาหารแต่ละมื้อ และใน 1 อาทิตย์จะต้องทานปลาหรืออาหารทะเล 1 ครั้ง

     • งดอาหารที่ใส่น้ำตาลขาวทุกชนิด อาหารมันที่ใช้น้ำมัน นม เนย กะทิ รวมทั้งแป้งขาวทุกชนิด เช่น ข้าวขาว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง ถ้าอยากทานอะไรเล่นต้องทานแต่เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ เช่น ถั่วคั่ว เมล็ดฟักทอง หรือผลไม้ที่ไม่หวาน เช่นฝรั่ง มะม่วงดิบ

 

 

 

 

 

อาหารแมคโครไบโอติกส์

แมคโคร หมายความว่ายิ่งใหญ่ หรือยืนยาว   ไบโอ หมายถึงชีวิต  เมื่อนำคำ 2 คำมารวมกันเป็น แมคโครไบโอติกส์ จึงหมายถึง การมีวิถีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ และยืนยาว

หลักการของแมคโครไบโอติกส์

กินอาหารที่บริสุทธิ์ และเป็นธรรมชาติที่สุด หลีกเลี่ยงการทำให้สุก และไม่กินอาหารที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม เคี้ยวอาหารให้ละเอียดที่สุด 30-50 ครั้ง/คำ กินอาหารเมื่อรู้สึกว่าหิวเท่านั้น กินอาหารเมื่อมีอารมณ์สงบ ถ้ามีอารมณ์โกรธและกังวลจะมีผลต่อการย่อยอาหาร ขณะกินให้นึกถึงที่มาของอาหารได้แก่ แสงแดด อากาศ น้ำ ธรรมชาติ กินอาหาร 2-3 มื้อ/วัน ไม่กินหลังตื่นนอนใหม่ ๆ หรือก่อนเข้านอน ลดของเหลวและเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงหรือจำกัดอาหารจากสัตว์ใหญ่ นม ไข่ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำตาล หลีกเลี่ยงกาแฟ และแอลกอฮอล์ ไม่นิยมบริโภคผักสด ผลไม้สด หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้นอกฤดูกาล หมุนเวียนอาหารที่บริโภคภาชนะหุงต้มควรเป็นเครื่องปั้นดินเผา หรือแสตนเลส หลีกเลี่ยงภาชนะอลูมิเนียม หือเคลือบเทฟลอน

อาหารที่ให้กินได้แก่ เมล็ดพืชที่ไม่ขัดสี น้ำซุป ผักต่าง ๆ ถั่วเมล็ดแห้ง และสาหร่ายปลา ผลไม้ เป็นของว่างสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง อาหารอื่นพวกเครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส

ตารางการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
ชีวิตสดใส ไม่เจ็บไม่ป่วย ด้วยวิถีแมคโครไบโอติกส์

วันจันทร์ที่ 13- วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2551
ณ . Sukko Cultural Spa & Wellness Resort

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2551

  • 06.00 ลงทะเบียน / แบ่งกลุ่มสำหรับการฝึกภาคปฏิบัติ
  • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
  • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
  • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
  • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
  •   

     

    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ
  • วันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้า
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ

    วันพุธที่ 15 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้า
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 18.00 กิจกรรมกลุ่ม : ร่วมกันการออกแบบเมนูแมคโครไบโอติกส์เพื่อฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ

    วันพฤหัสที่ 16 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้า
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยง
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 นำเสนอ / วิจารณ์เมนูกลุ่ม
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็น
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 19.00-21.00 ฝึกสมาธิ

    วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2551

    • 06.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเช้าตามเมนูกลุ่ม
    • 07.00 รับประทานอาหารเช้า
    • 08.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 11.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเที่ยงตามเมนูกลุ่ม
    • 12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
    • 13.30 บรรยายภาคทฤษฎี
    • 16.00 ฝึกภาคปฏิบัติ : ปรุงอาหารเย็นตามเมนูกลุ่ม
    • 17.00 รับประทานอาหารเย็น
    • 18.00 ถาม – ตอบ ปัญหา
    • 19.00 ปิดการสัมมนา

    มาดูประวัติของวิทยากรกันบ้างดีกว่านะคะ

  • นายแพทย์โอภาส ภุชิสสะ พบ.วว. วิสัญญีวิทยา
    ตำแหน่ง นายแพทย์ 9. หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญีวิทยา

    สถานที่ปฎิบัติงาน

    กลุ่มงานวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี ถ.สรรพสิทธิ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ๓๔๐๐๐ โทร. ๐๔๕-๒๔๔-๙๗๓ ต่อ ๑๔๙๔

    E-mail : ophaswanna@gmail.com

    การศึกษา

    • พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๓๐ แพทย์ศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • พ.ศ. ๒๕๓๗-๒๕๔๑ วุฒิบัตรวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกาศนียบัตรฝังเข็มแพทย์จีน หลักสูตรกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยเซียงไฮ้ เซียงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน รุ่นที่ ๕
    • พ.ศ. ๒๕๔๔ ศึกษาดูงานด้านแมคโครไบโอติกส์ มูลนิธิ UN PUNTO MACROBIOTICO INTERNATIONALE เมือง TOLENTINO จังหวัด MACERATA แคว้น MARCHE ประเทศ ITALY (ตุลาคม ๒๕๔๔-กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕)
    • พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกาศนียบัตรหลักสูตรนานาชาติระเบียบวิธีวิจัยและชีวะสถิติ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ ศึกษาดูงานการแพทย์ผสมผสานแมคโครไบโอติกส์ และเกษตรธรรมชาติ ประเทศญี่ปุ่น
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ ศึกษาหลักสูตร Macrobiotics Counsellor USA

    ประสบการณ์ปฎิบัติงาน

    • พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๒ แพทย์ประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
    • พ.ศ. ๒๕๓๒-๒๕๓๗ แพทย์ประจำโรงพยาบาลพิบูลมังสาหาร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๖ หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๕ แพทย์ประจำคลินิกฝังเข็ม ฝ่ายการแพทย์ทางเลือกและการแพทย์พหุลักษณ์ โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๕๐-ปัจจุบัน หัวหน้ากลุ่มงานวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลศูนย์สรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี

    ผลงานวิชาการ

    • รวมบทความวิชาการ ก๊าซดมสลบกับชั้นโอโซน สรรพสิทธิ์เวชสารปีที่ 23 ฉบับที่ 3 : กรกฎาคม-กันยายน 2545 : 169-172.
    • A comparison of propofol and ketamlne as induction agents for cesarean section. J Med Assoc Thai 2004: 87 No.7:774-779
    • Levobupivacaine and Bupivacaine in Spinal Anesthesia for Transurethral Endoscopic Surgery. J Med Assoc Thai 2006:89 No. 8:1133-1139
    • The Self-Reliant System for Alternative Care of Diabetes Mellitus Patients – Experience Macrobiotic Managemant in Trad Province . J Med Assoc Thai 2006:89(12):2104-15.

    ประสบการณ์ด้านแมคโครไบโอติคศ์

    • พ.ศ. ๒๕๔๔ ร่วมประชุมและนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมแมคโครไบโอติคส์นานาชาติ ประเทศตูนีเซีย
    • พ.ศ. ๒๕๔๕ ร่วมประชุมและนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมแมคโครไบโอติคส์นานาชาติ ประเทศคิวบา
    • พ.ศ. ๒๕๔๖ ร่วมประชุมนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมแมคโครไบโอติคส์นานาชาติ พัทยา ชลบุรี ประเทศไทย
    • พฤศจิกายน ๒๕๔๗ มีนาคม ๒๕๔๘ ผู้บรรยายแมคโครไบโอติคส์ ตึก DMS6 กองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
    • ทดลองใช้วิถีชีวิตแบบแมคโครไบโอติคส์ ด้วยตนเองและครอบครัวตั้งแต่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน
    • เขียนตำราอาหารแมคโครไบโอติคส์ให้กองการแพทย์ทางเลือก กรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ ปัจจุบัน วิทยากรรับเชิญ กองการแพทย์ทางเลือก
    • พ.ศ. ๒๕๔๙ เปิดศูนย์ฝึกอบรมและร้านอาหารชีวิตเอกภาพ ( Macrobiotics ) หลังวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุบลราชธานี
    • พ.ศ. ๒๕๕๐ ปัจจุบัน วิทยากรดูแลสุขภาพแนวแมคโครไบโอติคส์สำหรับโรงพยาบาลที่สนใจ
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ อาจารย์พิเศษปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตร์ความงาม ( Nutraceutical ) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

    การศึกษาธรรมะ

    • พ.ศ. ๒๕๑๔ พรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน วัดบ้านตลาดแค บ้านตลาดแค ต.ธารประสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
    • พ.ศ. ๒๕๓๗ อุปสมบทเป็นพระภิกษุกับหลวงพ่อแบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
    • พ.ศ. ๒๕๔๒ ( ๑๐ ๑๗ เมษายน ) ลาพักร้อนเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดป่าบ้านดาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
    • พ.ศ. ๒๕๔๓ ( ๑๕ ๒๑ พฤษภาคม ) ลาพักร้อนเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ. สกลนคร
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ ( ๑๐ ๑๗ สิงหาคม ) ลาปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินีนาถ วัดป่าชัยมงคล ( สาขาวัดหนองป่าพง ) อ.เมือง จ.ระนอง
    • พ.ศ. ๒๕๔๗ ( ๒๐ ๒๕ ตุลาคม ) ลาพักร้อนปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ชยสาโร ที่บ้านบุญ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๑๓ ๑๗ เมษายน ) ปฏิบัติธรรมวัดป่าดงเมืองซ้าย ( สาขาวัดหนองป่าพง ) อ.กันทรารมณ์ จ.ศรีษะเกษ
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๑๔ ๒๓ พฤษภาคม ) ลาพักร้อนปฏิบัติธรรมวัดป่าดงเมืองซ้าย ( สาขาวัดหนองป่าพง ) อ.กันทรารมณ์ จ. ศรีษะเกษ
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๒๐ ๒๘ กรกฏาคม ) ลาพักร้อนปฏิบัติธรรมวัดถ้ำพระภูวัว บ้านถ้ำพระ อ.เซกา
    • จ.หนองคาย
    • พ.ศ. ๒๕๔๘ ( ๔ ๗ สิงหาคม ) ลากิจปฏิบัติธรรมวัดป่าสุคะโต บ้านใหม่ไทยเจริญ ต.ท่ามะไฟหวานอ.แกร่งคร้อ จ.ชัยภูมิ
    • พ.ศ. ๒๕๕๐ ปัจจุบัน วิทยากรร่วม การพัฒนาสุขภาพจิตด้วยกรรมฐานตามวิถีพุทธ ทุกวันพฤหัสบดีที่ ๓ ของเดือน ณ ห้องประชุมไพจิต ปวะบุตร อาคาร๗ ชั้น ๙ ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
    • พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการ ชมรมสุขในธรรม กระทรวงสาธารณสุข

     

     

     

  •