Diary ที่ร๊ากกก


เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาพ่อมีสัมมนาที่เชียงใหม่ออมก็เลยได้อานิสงค์ได้ตามไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยค่ะ (เพิ่งรู้ว่าวิชา เกาะพ่อ เกาะแม่ สบายเยี่ยงนี้…หุหุหุ) ครั้งแรกคาดว่าน่าจะได้ไปเที่ยวหลายที่แต่เนื่องจากสภาวะอากาศ ซึ่งตอนนี้ภาคเหนือมีแต่ควันไฟ มองไปทางไหนก็อึมครึมๆ ครั้งแรกออมนึกว่าเมืองในหมอกซะอีก สุดส่าห์สูดอากาศไปซะฟอดใหญ่ๆ แต่เอ๊ะ เหลือบไปเห็นคนเค้าคาดหน้ากากกันเป็นแถว งง ..แม่บอกว่า มันไม่ใช่หมอก แต่เป็นควันไฟค่ะ..เป็นไฟป่า และมีคนจุดเพื่อให้ผักหวานแตกด้วยค่ะ เฮ้อ แห้งแล้งมากขนาดยังไม่ถึงเดือนเมษานะคะ ทริปนี้ออมได้มีเวลาแค่เที่ยวจริงๆก็แค่ 1 คืน กับ 1 วัน เท่านั้นเอง จากอุตรดิตถ์ถึงเชียงใหม่ใช้เวลาเดินทางแค่ 4 ชั่วโมง เกือบ 10 กว่าปีแล้วที่ไม่ได้มาเชียงใหม่ หลายอย่างเปลี่ยนไปถนนหนทางนี่จำไม่ได้เลย กว่าจะหาที่พักเจอก็เสียเวลาไปเกือบชั่วโมง เพราะยังไม่ชินกับเส้นทาง พ่อกับแม่พักที่กาดสวนแก้วส่วน ออม น้องชาย และยายพักที่ ปางสะหวัน คอนโด หากใครมีโอกาสมาแอ่วเจียงใหม่แนะนำมาพักที่นี่ได้นะคะ ราคาห้องพักไม่แพงเลยคืนละ 450 บาทเท่านั้นเอง ภายในห้องยังใหม่สะอาด พนักงานก็บริการดีค่ะ เริ่มคืนแรก ออมก็พายายทัวร์ ไนท์พลาซ่า ก็นั่งรถแดง (ลักษณะเป็นรถกะบะที่ใส่หลังคาและทาสีแดง คล้ายๆกับรถสองแถวนั่นแหละคะ) ราคาต้องถามก่อนจะขึ้นรถนะคะ มิเช่นนั้นก็จะโดนคิดราคาแพงเป็นพิเศษให้ค่ะ ไนท์พลาซ่าก็จะคล้ายกับป่าตองค่ะ จะขายของเสื้อผ้า นาฬิกา น้ำหอม ผ้า สินค้าและราคาสำหรับฝรั่ง (แต่ถูกกว่าภูเก็ต) หลังจากนั้นก็นั่งรถแดงไปตลาดวโรรส ที่นี่ก็จะคล้ายกับตลาดเปิดท้าย ก็จะมีของขายหลายอย่าง เค้าจะแยกเป็นโซนๆไป ขายเสื้อผ้า ของกิน ดอกไม้ ที่นี่ของไม่แพงค่ะ กว่าจะเดินเกือบหมดทุกร้านก็ปาไปหลายทุ่มก็นั่งรถแดงกลับที่พัก เตรียมตัวตะลุยในวันต่อไป

วันนี้น้องชายสุดที่รักพาทัวร์แต่เช้าเลยค่ะ เริ่มต้นจากไปไหว้พระที่วัดสุเทพ ขาขึ้นออมได้อานิสงค์จากยายไม่ต้องเดินขึ้นบันได ก็นั่งรถรางไฟฟ้า คนละ 20 บาทแต่ขากลับนี่ลองวัดความชราด้วยการเดินลง ไม่ค่อยชันเท่าไหร่…หุหุ (แต่ก็ปวดปลีน่องเหมือนกัน) หลังจากนั้นก็ไปที่สวนสัตว์ เชียงใหม่…ค่าจอดรถ 50 บาท ค่าเข้าชมคนละ 220 บาท (ถ้ารวมทุกอย่างแล้วก็ 290 บาท…ราคาน้องๆภูเก็ตเลยนะคะ…) และไปเที่ยวพืชสวนโลก… สวยมาก จากนั้นเดินทางออกนอกเมืองไปเที่ยวน้ำตกแม่กลาง พระมหาธาตุเจดีย์ ที่นี่เค้าเก็บค่าเข้าชมคนละ 30 บาทค่ะ

 picture-089_resize 

พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล-นภพลภูมิสิริ

พระมหาธาตุเจดีย์นภเมนีดล เป็นพระมหาธาตุเจดีย์ที่กองทัพอากาศสร้างถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่ทรงพระเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา เมื่อพุทธศักราช 2530 และทรงพระราชทานนามว่า พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล มีความหมายว่า พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดิน

พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ เป็นพระมหาธาตุเจดีย์ที่กองทัพอากาศสร้างถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงพระเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา เมื่อพุทธศักราช 2535 และทรงพระราชทานนามว่า พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ มีความหมายว่า เป็นกำลังแห่งฟ้า เป็นสิริแห่งดิน

ปิดท้ายวันนี้เราไปพิชิตที่ สูงสุดแดนสยาม ที่ดอยอินทนนท์ ออมไปถึงก็เกือบๆจะ 5 โมงเย็นแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอากาศหนาวมั่กๆ หนาวจนน้ำมูกไหล

กลับบ้านคราวนี้ชีพจรลงเท้าตลอดมะค่อยได้อยู่บ้านเลย เอาไปเอามาก็ครบกำหนดที่จะต้องกลับไปก้มหน้าก้มตาทามงานแย้ว…เง้อๆๆๆ ความสุขที่มันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเจงๆ

Advertisements

ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ ฮวดใช้ เทศกาลตรุษจีน ปีใหม่ ของชาวไทยเชื้อสายจีน ยังไม่ได้ซองอั่งเปาแดงๆเลยค่ะยังไงก็ขอให้เพื่อนๆเจริญรุ่งเรือง รวยๆเฮงๆๆกันถ้วนๆหน้านะคะ ที่ภูเก็ตเราก็มี งานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ตครั้งที่10 หากเพื่อนๆมีเวลาว่างก็แวะเวียนไปเที่ยวชมได้ค่ะ

กำหนดจัดงาน วันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2552 ระหว่างเวลา 18.00 น. – 23.00 น.
สถานที่จัดงาน สวน 72 พรรษามหาราชินี ถนนถลาง ถนนกระบี่ และซอยรมณีย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

กิจกรรมภายในงาน (ทุกวัน) เวลา 19.00 น. – 23.00 น. 
ชมการแสดงสุดยอดอุปรากรจีน นาฏศิลป์ท้องถิ่น กังฟู และระบำพื้นเมือง จาก 7 มณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย มณฑลกวางสี  มณฑลไหหนาน มณฑลอานฮุย มณฑลซานตง(เอี้ยนไถ) มณฑลเห่ยหลงเจียง มณฑลจี๋หลิน และเขตปกครองตนเอง (มณฑล) มองโกเลียใน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ เวทีกลาง สวน 72 พรรษามหาราชินี
ชม Animation สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุเกส ณ บ้านเลขที่ 63
ชมภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในจังหวัดภูเก็ต ณ ลานชั้นบนสวน 72 พรรษามหาราชินี
ล่องเรือกอจ๊านบริเวณริมคลองบางใหญ่ในตัวเมืองภูเก็ต
ชมภาพถ่ายสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุเกส และการเสวนาภาษาภูเก็ตกับปราชญ์ท้องถิ่น ณ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ถนนกระบี่
ออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง ขนมโบราณ บริเวณริมคลองบางใหญ่ สวน 72 พรรษา มหาราชินี
ชมการแสดงและการละเล่นต่างๆ บริเวณถนนถลาง  

หรือ คลิ๊ก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.ภูเก็ต ค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ททท.ด้วยค่ะ

 

16 มกรา วันครู ..วันระลึกถึง..ผู้ปลูกต้นกล้าให้แผ่นดิน

อาจจะดูช้าไปนิดนึง ออมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะมีคุณครูในดวงใจนะคะ เช่นกันค่ะ ออมก็คงจะเป็นเหมือนกับอีกหลายๆคนที่ไม่ชอบครูดุ ด่าเลย ออมมีครูอยู่คนหนึ่งค่ะ(ไม่ได้นินทานะคะ) ดุมากๆ แถมเมื่อก่อนท่านเป็นครูฝ่ายปกครองซะด้วย กิตติศัพท์ของท่านนี่เค้าลือขจรไกลไป 3 ย่านแปดย่านเลยล่ะค่ะ ท่านสอนวิชา สังคม และพุทธศาสนา  ค่ะ เป็นวิชาที่ออมไม่อยากเรียนเลยรู้ไหมคะ เพราะครูจะคอยจี้ๆถามเพื่อนๆรอบข้างตัวออมทุกๆครั้งไป (ทำให้ออมต้องเส้นกระตุ๊กๆกระตุกๆอยู่ตลอดเวลา) แต่เชื่อไหมคะว่าเพราะวิชานั่นแหละที่ทำให้ออมต้องขยันและตั้งใจมากขึ้นจนได้ดีมาทุกวันนี้ ต้องขอบกราบขอบพระคุณครูท่านนี้ค่ะ อาจารย์ ธงชัย ปิ่นทอง และคณะครูโรงเรียนฟากท่าวิทยา ทุกท่านค่ะ

อยากให้เพื่อนๆร่วมระลึกและสดุดีคุณงามความดีของคุณครูค่ะ สมัยก่อนออมเคยร้องเพลง แม่พิมพ์ของชาติ ร้องเพลงนี้ทีไรเป็นต้องร้องไห้ทุกที

 

 

               แม่พิมพ์ของชาติ

ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย สุเทพ โชคสกุล

 แสงเรืองเรืองที่ส่องประเทืองอยู่ทั่วเมืองไทย   

คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่     

โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง    

เหนื่อยยากอย่างไรไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง   

ครูนั้นยังลำพองในเกียรติของตนเสมอมา    

ที่ทำงานช่างสุดกันดารในป่าดงไพร      

ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้    เร่งรุดไปให้ทันเวลา

กลับบ้านไม่ทันบางวันต้องไปอาศัยหลวงตา      

ครอบครัวคอยท่าไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน     

ถึงโรงเรียนก็เจียนจะสายจวนได้เวลา   

เห็นศิษย์รออยู่พร้อมหน้า        ต้องรีบมาทำการสอน       

ไม่มีเวลาที่จะได้มาหยุดพอพักผ่อน        

โรงเรียนในดงป่าดอนให้โหยอ่อนสะท้อนอุรา       

ชื่อของครูฟังดูก็หรูชวนชื่นใจ         

งานที่ทำก็ยิ่งใหญ่       

สร้างชาติไทยให้วัฒนา         

ฐานะของครูใครๆก็ดูว่าด้อยหนักหนา      

ยังสู้ทนอุตส่าห์สั่งสอนศิษย์มาเป็นหลายปี        

นี่แหละครูที่ให้ความรู้อยู่รอบเมืองไทย         

หวังสิ่งเดียวคือขอให้       

เด็กของไทยในผืนธานี      

ได้มีความรู้เพื่อช่วยเชิดชูไทยให้ผ่องศรี   

 ครูก็ภูมิใจที่สมความเหนื่อยยากตรากตรำมา  

play.php?id=22416

ซึ้งจริงๆค่ะ

เคยรู้สึกอย่างไรบ้าง หากต้อง รอ….อย่างไม่รู้จุดหมาย

มีคนเคยประเมินไว้ว่าตลอดชีวิตของคนคนนึง


เราหมดเวลากับการ รอประมาณ 1 ปี

และเรามีสมรรถภาพในการรอลดต่ำลงเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็นการรอรถเมล์ รออาหารที่ไม่ยอมมาเสิร์ฟซักที
รอดูหนัง รวมไปถึงรอการเดินทางของใคร

พอลองทบทวนดูดีๆ
เราก็พบว่าตัวเองไม่ได้หงุดหงิดกับความสั้นยาวของการรอ
แต่เราไม่ชอบใจที่ไม่รู้ว่าปลายทางของการรอคอยอยู่ที่ไหนมากกว่า

ความรัก” ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่มนุษย์มีอยู่มากมายราวกับว่าจะไม่มีวันหมด
แต่สิ่งที่มนุษย์มีอยู่จำกัดจนดูเหมือนคับแคบเห็นแก่ตัว ก็คือความอดทน”
ยิ่งรักมากก็ยิ่งต้อง “อดทน” กับปัญหาต่างๆ รอบข้าง เพื่อรักษาความรักนั้นไว้ให้ยั่งยืน

แต่ในทิศทางตรงกันข้าม
เมื่อใดที่สิ้นรักเมื่อนั้น “ความอดทน” ก็หามีไม่
สิ่งใดที่เคยทนได้ก็กลับแปรเปลี่ยนไป
สิ่งใดที่เคยเห็นดี เห็นชอบ กลับกลายเป็นขวางหูขวางตา
ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายหนึ่งกระทำต่อตนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ท้ายที่สุดเราเป็นฝ่ายทอดทิ้งให้ความรักนั้นต้องจบลง

บางครั้งความรักนั้นอาจจบลง ทั้งๆ ที่ความรู้สึกรักของเรายังมีอยู่เต็มหัวใจ
เพียงแต่การถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่ง “ความอดทน” บอกให้เราต้องไป…ไปทั้งที่ยัง “รัก”
เพราะหากรักแล้วต้องเจ็บ ต้องช้ำ ทางเลือกที่ดีที่สุดก็น่าจะหมายถึง
การจากไปในวันนี้เพื่อที่จะเข้มแข็งและลุกขึ้นได้ใหม่ในวันข้างหน้า”
อย่างนั้นมิใช่หรือ

หากรักแล้วต้องร้องไห้ไปตลอด ชีวิต
ตนขอเลือกที่จะร้องไห้สองสามวันแล้วยิ้มไปตลอดชีวิตที่ดีกว่า”

สุดท้ายก็ขั้นอยู่กับตัวเองแล้ว ล่ะนะ
ว่าจะร้องไห้ไปตลอดชีวิต หรือร้องไห้แค่วันนี้แล้วยิ้มไปตลอดชีวิต
ชีวิตเรา ๆ สามารถเลือกเองได้จริงมั้ย?

คนร่วมทาง”
คนเราคบหาร่วมทางกัน มีค่าตรงที่รู้จักกัน
คนเรารู้จักคุ้นเคยกัน มีค่าตรงที่รู้ใจกัน
คนเรารู้ใจกันแล้วจากกัน มีค่าตรงที่อยู่ในความทรงจำที่ดี

เมื่อวาน ออมแอบหนีไม่ใช่ซิ ออมลางานไปเที่ยวทะเลมาค่ะ ทริปนี้ไปเรือ จูน บราซ์ทร่า (June Bahtra) เป็นครั้งแรกกับการเดินทางกับเรือสำเภากางใบ เริ่มสตาร์ท ขึ้นเรือที่ท่าเรือ ยอร์ช เฮเวน ตอน 9 โมงเช้า และก็ล่องเรือไปเรื่อยๆ นั่งกินลมกับบรรยากาศชิวๆ นั่งกินลม ชมวิว  และก็มาแวะที่เกาะปันหยี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของออมอีกเหมือนกันที่ได้เดินเข้าไปในหมู่บ้าน ในแต่ละครั้งที่ออมเคยมาแวะหลังไปทริปพังงาก็จะแค่แวะมาทานข้าวที่นี่ ไม่เคยได้ไปเดินดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่เกาะปันหยี เป็นชุมชนของอิสลาม มีประชากรทั้งหมดประมาณ 1,500 คน มีโรงเรียน และมีมัสยิด ด้วย พุดถึงมัสยิด ออมก็เพิ่งจะได้เห็นและสัมผัสอย่างใกล้ชิดก็ครั้งนี้แหละ สัมผัสทั้งภาพและก็กลิ่นด้วย กลัวจับใจจริงๆค่ะ เลยรีบเลี่ยงๆไปเดินชอป….. ข้ออ้างน่ะค่ะอิอิเสร็จแล้วก็นั่งเรือหางยาวกลับไปที่เรือแล้วก็ทานอาหารกลางวัน อาหารกลางวันเป็นบุฟเฟ่ต์น่าทานเจงๆ น่าเสียดายออมยังกินเจอยู่เลย ก็พกข้าวกล่องไปด้วย เอาอิ่มบุญก่อนดีกว่าเนอะ เสร็จแล้วก็ล่องเรือไปเรื่อยๆจนใกล้จะถึงเขาตะปู (เจมส์ บอนด์ ) แล้วก็ลงเรือหางยาวอีกรอบไปที่เขาตะปู เพื่อเก็บภาพ และก็ล่องเรือเรื่อยๆมาแวะให้เล่นน้ำที่เกาะลาวะ และล่องเรือกลับหากเพื่อนๆเป็นคนที่ชอบหรืออยากจะล่องเรือเพื่อจะเก็บภาพและความทรงจำละก็ แนะนำเลยค่ะ ทริปนี้มีแขกร่วมทริปทั้งหมด 15 คนค่ะ ส่วนมากเป็นแขกเยอรมัน ลืมบอกไปค่ะว่า ที่นี่ นอกจากเค้าจะมีไกด์สำหรับภาษา ไทย อังกฤษ แล้วยังมีเวอร์ชั่น ภาษาเยอรมัน และ ฝรั่งเศส อีกด้วย มาถึงท่าเรือก็เกือบ 4 โมงแล้วค่ะ งานนี้ออมขับรถไปเอง ขากลับก็ได้แวะไหว้พระที่ศาลเจ้าท่าเรือ ที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเสี่ยงเซียมซีงานนี้ออมได้ใบที่ 9 ….การเริ่มต้นครั้งใหม่มาแล้วค่ะ

วันนี้ออมหยุดงานค่ะ ก็เลยไปดูขบวนแห่พระ (ในเทศกาลกินเจ) ที่ในเมืองมาด้วย ว่าไปแล้วแต่ละปีก็จะมีวิวัฒนาการทรมานตัวเองด้วยอาวุธแปลกๆ และมากขึ้นทุกๆวัน แต่ก็ดีไปอีกแบบได้เห็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ไม่จำเจดีค่ะ ปีนี้ออมได้ไปไหว้พระที่ศาลเจ้ามา 5 ที่แล้วค่ะ ต้องขอบคุณ Driver ที่อุตส่าห์ซิ่งพาไป งานนี้ก็อิ่มเอมปายตามๆกันค่ะ

มาแล้วค่ะ หลังจากมาพักผ่อนอย่างเป็นทางการที่ จันทรา สปา วิลล่า คิดว่าหลายๆคนต้องอิจฉา ออมแน่ๆเลยค่ะ แต่อย่างว่าแหละ ฟ้าหลังฝน มันย่อมสดใสเสมอ งานนี้ค่อยรู้สึกผ่อนคลายไปแยะ หลังจากตรากตรำทำงานหนักบ้าง ไม่หนักบ้างมาช่วงระยะหนึ่ง ออมเข้ามา Check In เย็นวันศุกร์แล้วค่ะ คราวนี้มานอน 2 คืนเลย ห้องที่พักคราวนี้ ห้อง 528….เอ๊ะ….ออมไม่ได้ใบ้หวยน๊ะ บรรยากาศที่ จันทรา สปา วิลล่าแสนสงบ สบาย โรแมนติกมั่กๆ …..เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมาพักแบบเพคเกจคู่นะงับ เพราะถ้ามาคนเดียว ไม่รับประกันความเหงา….งานนี้ออมได้แช่อ่างจากูสซี่ และได้สตีมแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว หอมกลิ่น.กลิ่นสมุนไพรไทย….มั่กๆๆต้องขอบคุณ พี่ซาเราะสำหรับผลิตภัณฑ์ดีๆที่อุตส่าห์เตรียมไว้ให้ ….งานนี้ไม่รู้พี่เจ๊ะ แกใช้มนต์ดำข้อไหน สวาทถึงยอมมาช่วยช็ค Defect ที่ห้องให้….อิอิอิ หลักฐานนี้ ออมเห็นกะตาเลยน๊า ทั้งของพี่เจ๊ะ และสวาทแก……ขนาดห้องเราอยู่ห่างกันตั้งไกล เรายังได้ยินเสียง…..เป็นระยะๆระยะๆ เสียงเผ็ดนน้ำชุบที่อุตส่าห์ห่อมาจากบ้านน่ะ อย่าคิดลึกงับบบบบบ ออม มา Check In หลังพี่ๆคนอื่น เมื่อวันก่อนเค้ามีงานเลี้ยง บาบีคิว ที่สุโข สปากัน งานนี้ขาดออมไป อันเนื่องมาจากติดภารกิจอยู่ ก็เลยต้องตามมาควบ Check In เอาวันศุกร์ เสาร์ เต็มอิ่มเจงๆๆๆๆ <’-‘>

 

 

 

 

  

 

P.S. ขอบคุณนะคะสำหรับนายแบบบบบบ ที่หล่อโคดๆๆๆๆๆๆ หุหุหุ

 

 

 

วันนี้ ออมไปงานซ้อมรับ ปริญญาของ น้องจันทร์ น้องปลา น้องอู และน้องๆอารายอีกก็มะรู้อีกหลายคน และอีกคนสำคัญ น้องใบเฟิร์น สาวสวยประจำ MIS ที่ม่ายอยากจะเชื่อเลยว่าเป็นอิสลาม หน้าตาจีนมากๆขอบอก กว่าจะตามหากันเจอ ทำเอาเหนื่อยเหมือนกัน น้องแพรวไม่ต้องน้อยใจเน้อ พี่ออมฝากตุ๊กตาไปให้แล้ว หากยังไม่ได้รับแสดงว่า ใบเฟิร์นแอ๊บๆๆบบบบ….หุหุหุ….ว่าแล้วก็นึกถึงบรรยากาศตอนที่ออมจบใหม่ๆเนอะ ( ย้อนอดีตไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ) สนุกสุดๆ ได้ถ่ายรูปกะเพื่อน พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เฮ้อ มีความสุขเหลือหลาย….เวลานี่มันผ่านไปรวดเร็วยิ่งนักเนอะ วันนี้ได้เห็นรอยยิ้มจนแก้มปริของ พ่อ แม่ ทุกๆคนแล้วอดภูมิใจแทนท่านไม่ได้ รู้สึกว่าวันนี้น้องๆสวยกันไปหมดเลย เค้าว่ากันว่า ผู้หญิงจะสวยอยู่ 2 วัน คือวันรับปริญญาและวันแต่งงาน เพิ่งจะเห็นว่ามันเป็นจริงก็วันนี้แหละค่ะ

ออมมี่ ขอแอ๊บกะเค้ามั่งนะงับบบบบ….

 

วันเสาร์…แห่งความหนุ๊กหนุก…

มะวานหมู่เรา…หลายสาว มีท้างแก่มาก แก่น้อย ไปรวมตัวที่ Blue Marina มากันค่ะ ตามคำเรียกร้องของ FF สาวสวยประจำ Sales เค้าบอกว่าที่นั่นมันส์มากๆๆ อย่างโน้น อย่างนี้ …พยายามยกแม่น้ำหลายร้อยสายมาสาธยายซะ และแล้วป้าแก่ๆก็หลงกล…หรือว่าทนความรบเร้าของน้องเค้ามะไหว….ส่วนตัวออมเองก็โอนะคะ อาจจะเป็นเพราะวัยออมกะน้องๆก็มะต่างกันซักเท่าไหร่น่ะค่ะ เป็นห่วงก็ป้าเจ๊ะ ป้าสา ป้าแองจี้ พี่อิคคิว และก็สปอนเซอร์หย่ายใจดีๆของเราน่ะค่ะ หาวแล้ว หาวอีก…เก็บอาการไม่ค่อยไหว…แต่พอเพลงอดีตสมัยพี่แจ้ขึ้นเท่านั้นแหละ รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีทันใด…เฮ้อ…เค้ารู้กันหมดเลย ว่าป้าๆน่ะรุ่นไหน…แต่ก็ยังอุตส่าห์ แดนซ์กระจายกันได้แบบกึ่มๆ เพราะกินน้ำสีฟ้ากันไป 3 เหยือกใหญ่….ตอนกินมันไม่เกิดอาการค่ะ พอสักพักเริ่มแล้วค่ะ….มึนเป็นแถวๆ…ยกเว้นแต่พี่เจ๊ะน่ะค่ะ เต้นแบบกล้าๆ กลัวๆ นัยว่างานนี้สวาทของพี่แกก็ออกงานเหมือนกัน ถึงแม้จะไป คนละร้าน… แต่ก็ไม่ไกลกันเกิน 5 นาที…ก็เลยให้พวกเราที่เต้นๆอยู่คอยดูของสีดำๆเป็นระยะๆด้วยเฮ้อ..สงสาร สมศรี เจงๆ จะเที่ยวท้างที….เนอะ…….

เสร็จแล้วก็ไปต่อที่ทิมเบอร์อีก งานนี้มีสมาชิกมาแจมด้วย 2 คนงับ…อุตส่าห์บอกแล้วนะ ว่าคนละงานๆๆ เลยได้เห็นตัวหนอนกะดึ๊บ กะดึ๊บ หมดเยย…อายเจงๆๆ  งานนี้ป้าแองจี้แอบหนีพวกเราไปกะหนุ่มๆหน้าตาเฉยเลย และแว่วๆมาว่ากลับถึงห้อง 6 โมงเช้าแน่ะ ไปหนายๆๆๆเนี่ยๆๆใ.. บ่งบอกให้เห็นว่า ไม่มีมิตรในหมู่เพื่อน….เจงๆ หรือป่าวป้าแองจี้

หน้าต่อไป