“ภูเก็ต” เมืองท่องเที่ยวเลื่องชื่อระดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเยือนปีละกว่า 5 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศสูงถึงปีละ 1 แสนล้านบาท แม้ปีนี้จะต้องเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวหดหายไปกว่าครึ่ง แต่วันนี้ภาคบริการท่องเที่ยวของภูเก็ตไม่ได้หยุดนิ่ง พร้อมที่จะยกระดับไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีมาตรฐานระดับโลก

phu02060752p1

ปัจจุบันภูเก็ตมีสถานบริการเพื่อสุขภาพ ประเภทสปาเพื่อสุขภาพ ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต 63 แห่ง ประเภทนวดเพื่อสุขภาพ 98 แห่ง และสถานพยาบาลรวมทุกประเภทอีก 228 แห่ง โดยมีโรงพยาบาลของรัฐ 3 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชนอีก 3 แห่ง ซึ่ง ผู้ประกอบการมั่นใจว่าภูเก็ตพร้อมเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

“นายแพทย์จิรชัย อมรไพโรจน์” นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง บอกว่า ธุรกิจ สปาภูเก็ตรุ่งเรืองมากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีรายได้ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท

ขณะที่ “วิเชียร จูฑะมงคล” นายกสมาคมสปาภูเก็ต มองว่า การลงทุนธุรกิจ สปาในภูเก็ตอิ่มตัวแล้ว ปัจจุบันภูเก็ตมีสถานประกอบการสปามากกว่า 200 แห่ง ใช้เม็ดเงินลงทุนตั้งแต่ระดับ 5 ล้านบาทจนถึง 300 ล้านบาท ปัญหาสำคัญของธุรกิจสปาตอนนี้ก็คือ ฝากไว้กับตลาดเดียว ผูกติดกับธุรกิจการท่องเที่ยว และจุดอ่อน ของธุรกิจสปาคือ พึ่งลูกค้าต่างประเทศ

นั่นคือ โจทย์ใหญ่ในเรื่องการตลาด หากการท่องเที่ยวไม่ฟื้นในเร็ววัน

ขณะเดียวกันวิกฤตที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับธุรกิจสปาในภูเก็ตที่ต้องหันมามุ่งพัฒนา ยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ความปลอดภัยทั้งนวดสปา นวดแผนไทย ให้เป็นที่เชื่อถือของลูกค้าทั่วโลก พร้อมกับมีความพยายามที่จะใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อพัฒนาไปสู่การจัดเกรดสปาให้ชัดเจน

แม่งานใหญ่ที่กำลังขะมักเขม้นในเรื่องนี้ นอกจากสมาคมสปาภูเก็ตแล้วยังมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขร่วมด้วย

นายแพทย์วิศิษฐ์ ตั้งนภากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำว่า สปาเสริมสวยหรือสปาเพื่อสุขภาพ จะต้องมีมาตรฐานถูกต้องตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ได้แก่ 1) มาตรฐานของสถานที่ เช่น โครงสร้างอาคาร การดูแลความปลอดภัย 2) มาตรฐานของผู้ให้บริการ ได้แก่ ผู้จัดการสปา และหมอนวดหรือเทอราปิสต์ และ 3) มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และขณะนี้ยังเปิดรับการขอขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับใบรับรองไปแล้วก็จะมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

เจ้าของธารธาราสปา “วุฒิ ชูบาล” ผู้บุกเบิกสปาแห่งแรกของภูเก็ต มองว่า สปาเกิดใหม่ในช่วงนี้คงไม่มี เพราะการลงทุน โอเวอร์ซัพพลายแล้ว ในส่วนของธารธาราสปายังเป็นเดย์สปา ไม่มีห้องพัก แต่มีแผนที่จะเป็นเดสติเนชั่นสปา คือ สปาที่มีทั้งที่พักและสปา เป้าหมายสูงสุด คือ การพัฒนาสู่เมดิคอลสปา (medical spa) ให้ได้ โดยเตรียมดึงพันธมิตรธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญธุรกิจบริการเข้ามาเสริมทัพ

ขณะที่ “ธัชพล เทพบุตร” เจ้าของ สุขโขสปา ซึ่งคว้ารางวัลเดย์สปายอดเยี่ยมของอาเซียน มองว่า ทิศทางของสปาภูเก็ต บางแห่งที่มีความรู้มากก็วางเป้าหมายขึ้นไปสู่ wellness, รีทรีต หรือขึ้นไปถึง เมดิคอลสปา แต่บางแห่งก็ไม่ต้องการ ไปถึงขั้นนั้น ตลาดใหญ่อยู่ที่เดย์สปา

“ในช่วง 3 ปีแรก สุขโขสปาเติบโตเดือนละ 10% เมื่อก่อนเป็นเดย์สปาอย่างเดียว แต่ตอนนี้ได้เพิ่มห้องพัก 28 ยูนิต เป็นสปารีสอร์ต เน้นการบริการสปาในห้องพัก มีบริการเกี่ยวกับสุขภาพครบถ้วน เน้นการแพทย์ในเชิงป้องกัน”

หัวเรือใหญ่สุขโขสปามั่นใจว่า วันนี้ภูเก็ตพร้อมที่จะให้บริการการท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ เนื่องจากสปาในภูเก็ตมีการพัฒนายกระดับขึ้นเรื่อยๆ และผ่านการรับรองของกระทรวงสาธารณสุขเยอะมาก และธุรกิจ สปาจะเติบโตอีก เพราะเทรนด์โลก คนมากขึ้น ร่ำรวยมากขึ้นก็พร้อมที่จะใช้เงินให้คุ้มค่าเพื่อให้ชีวิตอยู่ดีมีสุข มีสุขภาพแข็งแรง

นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ฟันธงว่า ปัจจุบันภูเก็ตมีความพร้อมมากในการเป็น “เมดิคอลเซอร์วิส” สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งในเรื่องความปลอดภัย เหตุฉุกเฉิน การรักษาพยาบาล ในปี 2554 จะมีศูนย์แพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขเกิดขึ้น เพื่อเตรียมผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขา

นอกจากสปาแล้ว ภูเก็ตยังมีความพร้อมในเรื่องบริการการแพทย์ที่โดดเด่นมาก คือ การผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งนายแพทย์สงวน คุณาพร แพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่งของโรงพยาบาลสิริโรจน์ บอกว่า ในช่วง 10 ปีนี้ มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการกว่า700 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นั่นคือศักยภาพของธุรกิจบริการที่มีอยู่ในภูเก็ตวันนี้

หน้า 23

 ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ