สิ้นสุดไปแล้วค่ะสำหรับงาน “Phuket Health and Wellness Festival 2009” ซึ่งได้แม่งานคือ สำนักงานสาธารณสุขภูเก็ตกับสมาคมสปาจังหวัดภูเก็ต โดยมีโรงพยาบาล รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและตัวแทนองค์กรต่างๆ ร่วมในงานนี้ด้วย งานเค้าจัดตั้งแต่วันที่ 11 – 13 มิถุนายน 2552 ที่ ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง งานนี้ก็จัดให้มีการประกวดอยู่ 2 รายการค่ะ คือ แข่งขันทำสคับสด และแข่งขันทำม็อคเทล เพื่อนๆก็คงคิดว่าออมพิมพ์ผิดหรือเปล่า….หุหุ ไม่ผิดหรอกค่ะ เค้าเรียกว่าม็อคเทลจริงๆ งั้นเพื่อให้กระจ่างออมได้ไปหาข้อมูลที่เป็นหลักการมาคลายข้อสงกะสัยให้กับเพื่อนๆด้วยค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://blog.eduzones.com/applezavip/19206 ค่ะ

สำหรับค็อกเทล (Cocktail) นั้นเป็นเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งของชาวตะวันตก ที่นำมาปรุงแต่งกลิ่นและรสด้วยการผสมเครื่องดื่มอื่นๆ แต่ก็จะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วยประมาณ 60% จะใช้เหล้าเป็นส่วนประกอบเพียงชนิดเดียวหรือจะผสมกันหลายๆชนิดก็ได้ นำไปมาผสมกับน้ำผลไม้ หรือน้ำหวานชนิดต่างๆ แล้วแต่จะสรรหามาใส่กัน ผสมกันให้ได้รสชาติอร่อย ดื่มไปดื่มมาก็เมาได้ไม่รู้ตัว

เครื่องดื่มอีกประเภทหนึ่งที่ชื่อคล้ายกันอย่างม็อคเทล (Mocktail) นั้น ก็มีความแตกต่างจากค็อกเทลเล็กน้อย ตรงที่ตัดส่วนผสมของแอลกอฮอล์ออก แต่จะมีส่วนผสมหลักอย่างน้ำผลไม้ น้ำอัดลม โซดา หรือน้ำหวานอะไรก็ตามแต่ที่ไม่มีส่วนผสมของเหล้านั่นเอง นับเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับผู้หญิง ซึ่งม็อกเทลนี้ก็จะไปคล้ายคลึงกับพั้นช์ (Punch) เครื่องดื่มอีกอย่างหนึ่งที่ใช้น้ำผลไม้หลายๆชนิดมาผสมกันให้มีกลิ่น สี และรสชาติแปลกใหม่ โดยจะมีเนื้อผลไม้ใส่ผสมกับน้ำผลไม้ลงไปด้วย

งานนี้ออมกะพี่เจ๊ะก็เพิ่งจะได้มาเรียนรู้กับพี่หนิงคนเก่งเมื่อตอนเช้าในวันแข่งไม่กี่ชั่วโมงเอง ก็ได้มีการลองผิดลองถูกกันที่สำคัญก็เถียงกันแบบไม่ยอมกันด้วยความที่เป็น I ทั้งคู่ละมั้ง…แต่สุดท้ายเราก็ได้ข้อสรุป…ที่แสนจะงดงามในความทรงจำค่ะ เนื่องจากโจทย์ที่เค้าให้มา….ว่างเปล่าเหลือเกิน….ไม่มีอะไรเลย เลยทำให้ออมกะพี่เจ๊ะชวดได้รางวัลไป….แงงงงงงงงงงง…เกี่ยวกันป่าวนี่…ล้อเล่นนะคะ แต่ละทีมเค้าเก่งๆท้างน้าน อีกอย่างเราก้อได้ทำดีที่สุดแล้วนี่นา แต่ว่าอาจจะยังมะถูกใจท่านคณะกรรมการน่ะ…งานหน้าขอแก้ตัวอีกครั้งนะคะ…(แล้วเค้าจาให้ไปแข่งอีกเหรอนี่..) งานนี้ต้องขอบคุณพี่มดเอกซ์…คุงครูคนเก่ง สำหรับชื่ออันไพเราะและมีความหมาย…วันนี้เราทำม็อคเทลที่มีชื่อว่า “หัวใจแห่งบุษราคัม” เอาล่ะ ออมมีเคล็ดไม่ลับที่ง่ายมั่กๆ ขนาดคนความจำปลาทองเยี่ยงออมยังสามารถทำได้เลย คิดว่าเพื่อนๆหลายคนคงจะไม่รู้จัก “ฝางเสน” กันมากนัก (ไม่อยากจะบอกว่าออมก็เพิ่งจะเห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกันค่ะ) แต่…หากออมบอกว่า น้ำยาอุทัย เพื่อนๆหลายคนต้องร้องอ๋อๆๆๆๆๆๆๆ..ขึ้นมาทันที เพราะอาจจะเคยใช้ทาปากเพื่อให้ได้สีแดงๆชมพูๆ หรืออาจจะหยดใส่ในน้ำเพื่อให้ได้ความสดชื่น

ส่วนผสมของ “หัวใจแห่งบุษราคัม”

1. ฝางเสน

2. น้ำตาลกรวด (รู้จักกันหรือเปล่าคะ)

3. มะนาว

4. เกลือ (เล็กน้อยหรืออาจจะไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)

ต่อไปเรามาดูรู้จักคุณประโยชน์ของสมุนไพรไทยที่เราใช้ดีกว่าค่ะ

ฝางเสน มีคุณค่าทางโภชนาการคือ มี tannin สูง มีสารสีแดงที่เรียกว่า บราซิลิน (Brazilin) ซึ่งให้สีแดง(sappan red)หรือสีส้ม สรรพคุณของฝางเสนและวิธีใช้ ใช้แก่นต้มกับน้ำ ได้น้ำยาอุทัย ใช้แก้ร้อนในกระหายน้ำ บำรุงโลหิตของสตรี แก้ปอดพิการ แก้ร้อนใน แก้ธาตุพิการ แก้โลหิตออกทางทวารหนักและทวารเบา แก้กำเดา แก้เสมหะ แก้คุดทะราด แก้ท้องร่วง

ก่อนจะมารู้จักกับน้ำตาลกรวด ออมขออนุญาติอธิบายความแตกต่างของน้ำตาลทรยกับน้ำตาลกรวดอย่างย่อๆ พอสังเขปนะคะ หากเพื่อนๆอยากรู้มากกว่านี้ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเอาเองนะคะ ที่นี่เลยค่ะ

http://th.answers.yahoo.com/question/index?id=20080127045007AANERxI

น้ำตาลทรายขาว จะผลิตจากอ้อย ถ้าใช้พันธุ์ดีจะใช้ทำน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ส่วนอ้อยเกรดรองจะใช้ทำน้ำตาลทรายขาวธรรมดาค่ะ แล้วเอามาผ่านกระบวนการผลิตตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ปราศจากสารปนเปื้อนและสารฟอกสี เพราะผ่านกระบวนการขจัดสีและสิ่งสกปรก โดยการตกตะกอนและการตกผลึกของน้ำตาลโดยธรรมชาติ เพื่อให้ได้ความบริสุทธิ์ ขาว สะอาด และคงคุณค่าที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ส่วนน้ำตาลกรวด ก็ผลิตจากการนำเอาน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์มาละลาย และนำมาผ่านกระบวนการตกผลึกอย่างช้าๆ เป็นเวลาหลายวัน เพื่อให้ได้น้ำตาลซึ่งให้ความหวานกลมกล่อม เหมาะสำหรับอาหารที่ต้องการความพิถีพิถันเป็นพิเศษ ในการปรุงรส เพราะมันจะให้รสหวานกลมกล่อมไม่หวานแหลมเหมือนน้ำตาลทรายค่ะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น รังนก ยาจีนค่ะ ส่วนที่เอามาย้อมสีก็เพื่อความสวยงามเท่านั้น

**สรุปก็คือใช้วัตถุดิบตัวเดียวกัน แต่นำมาผ่านกระบวนการเพิ่มเติมให้เป็นน้ำตาลกรวดค่ะ เป็นไงล่ะ…สรรพคุณเพียบมีประโบชน์ทั้งนั้นเลย เอาล่ะ ทีนี้ก็มาถึงวิธีการทำแล้วล่ะ ขั้นแรกก็ต้มน้ำให้เดือด และใส่ฝางเสนงไป น้ำจากสีขาวใสก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดขึ้นมาทันทีเลยค่ะ หลังจากนั้นก็ใส่น้ำตาลกรวดลงไป กะให้หวานพอดีๆนะคะ พอใส่น้ำตาลกรวดลงไปแล้วรอให้เย็น ตักใส่แก้วพร้อมบีบมะนาวงไป คราวนี้ละค่ะสีของน้ำก็จะเปลี่ยนเป็นสีบุษราคัมขึ้นมาทันทีค่ะ ลองจิบดูซิคะ หวานสดชื่น ชื่นใจหรือเปล่าคะ ได้คุณค่า ประโยชน์ครบครันแถมยังได้วิตตามินซีจากมะนาวอีก ง่ายหรือเปล่าคะ ลองทำดูแล้วก็มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ว่าม็อคเทลของเพื่อนๆ ออกมาเป็นยังไง

ปล.เสียดายที่ออมไม่มีรูปมาให้เพื่อนๆได้ดู…แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหน้าตาสวยไม่แพ้ทีมอื่นๆเลย..ไม่ได้โม้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมของฝางเสน http://natres.psu.ac.th/radio/radio_article/radio45-46/45-460043.htm

Advertisements