ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าจะเป็นโรค หรือต้องได้ผ่าตัดอะไรอีกในชีวิต หลังวีรกรรม คัตตอนบัต เสียบทะลุหู สมัยยังเอ๊าะๆ เป็นนักศึกษาที่ ราชภัฏ อุดดิด ยังเป็นเรื่องอายยยยสุดๆ มาวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 51 ก็มีการผ่าตัดเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต

รู้ได้ไงว่าเป็น ซีส มีอาการยังไงเหรอ แล้วทำไมต้องเป็นและเป็นได้อ่ะ เป็นคำถามที่เพื่อนเกือบทุก คนถาม ออม จริงๆแล้ว ออมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมมันถึงเป็น และก็ไม่อยากจะเป็นด้วย อาการมันก็จะบวมๆเป่งๆ เหมือนเป็นฝี ยังไงยังงั้นเลย ขอแอบบอกนะ ครั้งแรกออมคิดว่าเป็นฝี เลยแอบเอาเข็มมาจิ้มๆเพื่อให้มันแตก ที่ไหนได้เลือดออกกระจุย เลยทำให้ออมหน้ามืดพาลจะเป็นลมไปอีกรอบเลย และแล้วมันก็ยังไม่ยุบ และเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เลยตัดสินใจไปหาหมอ ที่ คลินิก หมอ บอกว่าหมอผ่าให้ไม่ได้หรอกนะ ต้องส่งเรื่องไปที่โรงพยาบาล เพราะมันต้องตัด อย่างเดียวเลย และคลินิกเครื่องมือยังไม่พร้อมเหมือนที่โรงพยาบาลหรอกนะ ต้องตัดเลยเหรอคะคุณหมอ…………. ตัดสิคะ….. เพราะถ้าไม่ตัดก็จะบวมและใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆเลยนะ ตอนนี้ 3 เซ็นต์ แล้ว โอกาสที่จะขยายใหญ่กว่านี้มีแน่นอน แงๆๆๆ จริงเหรอคะ กลัวจับใจสุดๆ คุณหมอแนะนำให้ไปโรงพยาบาล วชิระ เพราะหมอคนที่จะผ่าให้เราตอนเช้าท่านไปที่ วชิระ ตอนบ่ายๆ อยู่ที่รงพยาบาล กรุงเทพ และที่วชิระ อุปกรณ์เครื่องมือก็ครบครัน ทันสมัย ( แต่คุณหมอคะ ตามความเข้าใจของออม คิดว่า วชิระคือ …… ดีๆนั่นเองนะ ไม่อยากไปที่นั่นเลย แต่พอได้เข้าไปในนั้นเค้าเปลี่ยนไปเยอะแล้ว สิ่งเดียวยังเหมือนเดิมคือ พยาบาลนั่นแหละ แต่ขอชมเชย และยกย่อง ก็ คุณหมอ คนที่ผ่าตัดให้ออมค่ะ ใจดี โครตๆ คุณหมอ มนตรี ค่ะ หนุ่มน้อยหน้าใส ไฟแรง เห็นแล้วอยากให้โรงพยาบาลมีคนอย่างคุณหมอแยะๆจังเลยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สำหรับการผ่าตัดวันนั้น แต่ออมเสียดายที่ไม่ได้ก้อนซีส ก้อนนั้นมาเก็บไว้ดองยาดอง เก็บไว้เป็นที่ระลึกเอาไว้ดูต่างหน้าซิคะ เอ้าไม่ว่ากันค่ะ ของไม่ดีอย่ามาอยู่ใกล้ตัวใกล้ใจเลยดีกว่า  )  หมออยากให้นอนดูแผลก่อน แต่ออมไม่อยากนอนที่โรงพยาบาลเลย กลัวๆๆ โชคดี ที่หมอไม่ขัดใจ และอีกอย่างคงไม่มีห้องว่างด้วยละมั้งเลยถือเป็นโชคของออม ก็มีเรื่องขำๆตอนผ่าตัดมาเล่าให้ฟัง ตอนหมอผ่าตัด ออมก็จะถามหมอและชวนหมอคุยอยู่ตลอดเวลาเลย เรียกว่าชวนคุยกลบเกลื่อนความกลัวน่ะค่ะ พยาบาลเค้าคงจะรำคาญว่าถามอะไรนักหนา เค้าต้องใช้สมาธินะ ประมาณนั้น แต่ก็ออมกลัวนี่นาเนอะ เลยต้องชวนคุยไปเรื่อย แถมยังไม่ลืมติดการขายไปอีก จำได้ว่ามีการถามหมอว่าชอบไปสปาหรือเปล่า แถมชวนคุณหมอไปเล่น Ashtanga Yoga  กับ Aqua Aerobic …ตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ ……..หลังผ่าตัดนะคะ ยังอวดเก่งกับคนพาไปด้วยเลย แถมบอกว่าไม่เห็นจะเจ็บเลย จิ๊บๆ ประมาณนั้น หุหุหุ เก่งเจงๆเนอะ แถมยังไปเดินชอปที่โลตัสและออกไปกินข้าว ลัลล้า เหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นยังไงยังงั้นเลย แต่พอตกดึกหน่อยไม่อยากบอกเลยงับ ว่าเจ็บสุดๆแถมมีไข้ขึ้นอีกด้วย อ้าว ก็ไม่ให้เจ็บได้ไงอ่ะ ยาชามันหมดฤทธิ์แย้วอ่ะ เลยต้องกินยาแก้ปวดแก้ไข้ ซะ แถมยังไม่เจียมยังอยากกินส้มตำที่เปรี้ยวๆแซ่บๆ เลยต้องง๊องแง๊งๆ กับคนใกล้ตัวอีก ขอโทดนะงับ ก็คนมันแปรปวนนี่นา และที่สำคัญหนูก็ป่วยด้วยเนอะ ถือว่าไม่ผิดนะก๊าบ เหอะๆๆๆ  หยุดไปซะ 3 วันเต็มๆ งานคงตรึมๆแน่นอนเลย แต่วันอังคารต้องไปให้คุณหมอตรวจแผลก่อนว่าติดเชื้อและปกติหรือเปล่า จะเดินจะเหิรก็ต้องค่อยๆ โอ๊ย ขัดใจเจงๆ แถมนั่งนานๆก็ปวดๆแผลอีก เฮ้อ การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐเจงๆนะคะ

งานนี้มีโกหก พ่อกะแม่ ว่าลูกไม่เป็นไร เพราะไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง แต่ใจเจงๆ คิดถึงท่านสุดๆเลยอ่ะ

 

Advertisements