ฟังหัวข้อเรื่องแล้ว อย่าเพิ่งตกกะใจนะว่า ออมจะไปกินเหล้า เมา ที่ไหน ป่าวซักหน่อยนะ สืบเนื่องมาจากต้องไปทริป พีพี ( แทนนังเสาร์ เพื่อนรัก หักเหลี่ยมโหด) เมื่อวานนี้ค่ะ ทั้งๆที่บอกแล้วนะว่าไม่อยากไปๆๆแต่ก็ทนลูกอ้อนไม่ได้ เฮ้อทรมานสุดๆ ออมไม่เคยเดินทางทริปไหนที่หวาดเสียวแบบนี้มาก่อน ก็คิดดูซิคะ วันศุกร์ฝนตกหนักทั้งวันเลย แถมเช้าวันเสาร์บรรยากาศก็อึมครึมๆ นึกว่าเค้าจะ CXL. กัน ที่ไหนได้เค้าบอกว่าถึงฝนตกก็จะปายยยยอ่ะ เฮ้อ…..คนกรุงนี่ว่ายากเจงๆเนอะ…..ทริปนี้ประกอบด้วย น้องแก้ว น้องกุ้ง น้องวิทย์ ออม และ พี่อ้อ รถมารับเราที่หน้าบิ๊กซี และไปขึ้นเรือที่โบ๊ทลากูน ไปกินหนมครกร้อนๆกะน้ำหวาน ชื่นใจๆ แล้วก็ถ่ายรูปนิดหน่อย (ยอมรับเลยว่าทริปนี้ออมไม่ค่อยอยากจะถ่ายรูปเลยอ่ะ) น้องแก้ว กะน้องกุ้งถามว่า พี่ออมเมาเรือหรือเปล่าคะ ออมก็ยืดอกตอบไปด้วยความมั่นใจว่า อ๋อ ไม่เมาจ๊ะ ไม่เคยเมาเรือเลยงับ โหย พี่เก่งจัง…..( เท่ห์สุดๆๆ) แล้วจะกินยาแก้เมาดักไว้หรือเปล่า….ไม่เอาค่ะไม่เอาออกจากท่าเรือมานิดเดียวก็ปะทะกับคลื่นลูกใหญ่ ออมก็ตกใจนะว่า ทำไมเพิ่งออกจากท่าเรือก็มีคลื่นแล้ว งงงง ไกด์เค้าบอกว่า อ๋อ คลื่นมันรงน่ะ เมื่อวานนะคลื่นสูงตั้ง 4 เมตร แน่ะ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดดดด แล้วทำไมเพิ่งจะมาบอกละคะ แงๆๆๆ ตอนนั้นความกลัวยังไม่บังเกิดมากนักเพราะเรานั่งข้างใน และวันนี้เรือที่พาเรารอดชีวิตก็เครื่องยนต์ตั้ง 3 เครื่องแน่ะ แถมหน้าของกัปตันที่ดำ เข้ม และ เคร่งขรึมก็บ่งบอกถึงความตั้งใจได้เป็นอย่างดี (เกี่ยวกันอ๊ะป่าวเนี่ย) ไปได้ไม่เท่าไหร่ เสียงสาวๆที่นั่งด้านหน้าก็ปลุกให้ออมตื่นจากความกลัว เรือกระแทกทีก็กรี๊ดๆๆๆ ก็สร้างบรรยากาศให้คนนั่งด้านในได้เป็นอย่างดี เรือขับออกไปได้เกินครึ่งทางแล้ว อาการอยากจะอ๊อกก็บังเกิดขึ้น อ๊อกออกมามีแต่น้ำลาย เพราะตอนเช้ากินหนดครกแค่คู่เดียวเอง แล้วก็เกิดอาการผอืดผอมไปตลอดทั้งวัน สักพักเค้าแวะให้ดำน้ำ ออมก็ยังอุตส่าห์บ้าพลัง ชวน น้องๆให้ไปดำน้ำ ก็ชวนน้องกุ้ง กะพี่อ้อ สำเร็จ ดีใจจังเลยค่ะ ที่สามารถบังคับ เอ๊ย ขอร้องให้คนกรุงมาดื่มด่ำธรรมชาติของบ้านเราได้ เค้าไม่เคยดำน้ำเลยซักกะครั้ง เห็นว่า Amazing มาก ไม่อยากจะบอกเลยว่าถ้าฟ้าใส ทะเลสวย  ขนาดทะเลไม่ค่อยจะสว่างนะ ยังสวยเลย

เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวที่เกาะพี พี กัน กว่าที่เรือจะจอดได้ก็ยากเอาการ เนื่องจากคลื่นลมแรงมากๆ ต้องเกณฑ์คนมาช่วยจับไม่ให้ปลิว ….อุปสรรคเยอะจริงลงเกาะออมก็ไม่ค่อยกล้าอยากกินอะไร เพราะอาหารมันเลี่ยนๆ เลยกินแต่แตงโมกับสับปะรด ส่วนคนอื่นๆก็ Enjoy eating กันไปหมดอิจฉาเจงๆ บางคนไปตักไก่ทอดกะเฟนฟรายด์ตั้งสองรอบแน่ะ กินข้าวเสร็จแล้วทางบริษัทเค้าให้รถกะบะมารับลูกค้าไปขึ้นเรืออีกฝั่งหนึ่งของเกาะ แถมยังได้เดินป่าอีกบริจาคเหงื่ออีก เนื่องมาจากคลื่นลม แรงมากๆๆๆ ออกมาได้นิดเดียวก็เจอคลื่นลูกโตเลยแหละ ไกด์ก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปดำน้ำอีกที่หนึ่ง คราวนี้ออมกะน้องกุ้งไม่ลงเพราะขี้เกียจเปลี่ยนชุด ถึงแม้ว่าน้ำจะใสกว่าก็เหอะ ไสยศาสตร์มีจริงงับ เพราะงานนี้ออมเป็นตากล้องให้ นานๆทีจะมีอย่างนี้เนอะแหะๆๆๆเสร็จจากดำน้ำก็ออกเดินทางกันต่อออกมาได้นิดเดียว เอาหละเจอดีแล้วตอนนี้คลื่นลูกใหญ่โถมมาจากไหนไม่รู้ จากเมื่อก่อนไม่มีเสียงเล็ดลอดมาจากข้างใน คราวนี้ น้องกุ้งกะ น้องแก้ว ที่ว่าเมาเรือ ก็เหมือนจะหายเป็นปลิดทิ้งเลย เราก็พยายามถามไกด์ว่าคลื่นสูงเท่าไหร่ เค้าก็ไม่ยอมบอก บอกแค่ว่า เมื่อวานขามาสูง 2 เมตร ขากลับ สูง 4 เมตร ออมเลยบอกว่างั้นวันนี้ขามา 3 เมตร ขากลับก็  6 เมตรน่ะซิ ….ไกด์เงียบไปพักนึง พร้อมปลอบใจไม่หรอกน่านอกจากเสียงหวีดร้องของพวกเราแล้วยังมีเสียงของลูกค้าฝรั่งคนอื่นๆด้วย ทุกคนอยู่ในอาการตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่กล้าจะแสดงออก ( เหมือนรักนะ แต่ไม่แสดงออก..อะไรประมาณเนี๊ยะ แหะๆๆๆ ) ตอนนั้นก็คิดไปสารพัดอย่าง 108-1009 เพราะยังมีหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่ออมยังไม่ได้ทำ รู้งี้ทำตั้งนานแล้วเนอะ คนเรามักจะนึกเห็นสิ่งๆใดมีค่าก็เมื่อสูญเสียมันไปแล้ว เลยมาทำให้ออมคิดว่าเราจะใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ให้มีค่าและตายไปไม่เสียชาติเกิดได้ยังไง…. มาถึงฝั่งได้ก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะอารธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คืนที่ต่างๆตอนนั้นสวดมนต์ไปไม่รุ้กี่จบ แต่สิ่งที่ได้จากทริปนี้คือ ความตื่นเต้น หวาดกลัว แบบไม่เคยเจอมาก่อน และยังได้เห็นน้ำใจของใครบางคนอีกด้วยงับบบบ ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับผู้ร่วมชะตากรรมในทริปนี้ เป็นทริปที่ไม่อยากเจออีก แต่เป็นทริปที่เต็มไปด้วยความทรงจำ( ยังจดจำอาการผอืดอผมได้ขึ้นใจสุดๆๆ)

 

 

 

Advertisements